PARENT EMPOWERING / เสริมกำลังใจผู้ปกครอง

PARENT SEMINAR

ที่มูลนิธิ ซาย มูฟเม้นท์ เราเชื่อว่า เด็กจะพิการหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่กายสภาพ แต่อยู่ที่ทัศนคติที่มีต่อตนเอง คือการมองตนเองเป็นผู้ที่มีความสามารถที่แตกต่าง และคนที่จะทำให้ทัศนคตินั้นถูกต้อง ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้ปกครอง และคนในครอบครัวของเด็กเอง เราเข้าใจว่าการที่ผู้ปกครองต้องพบกับความท้าทายในการดูแลเด็กที่มีความแตกต่าง นำพามาทั้งความเศร้า เสียใจ เหนื่อยล้า และท้อแท้ แม้กระทั่ง โทษตนเอง ระหว่างก้าวย่างการรักษาตัวของน้องซาย คุณวอลเตอร์ ลี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ซาย มูฟเม้นท์ ได้ตระหนักถึงการดูแลสภาพจิตใจ ของผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็กพิการ ฯ มาเป็นอันดับแรก เพราะหากพ่อแม่ ปรับสภาพจิตใจให้เข้มแข็งได้เร็วเท่าใด เด็กเหล่านี้ ก็จะมีโอกาสได้รับการฟื้นฟูที่ครบถ้วน เหมาะสม และมีโอกาสในการเรียนรู้ที่จะเป็นเด็กที่มีความสามารถที่แตกต่างได้มากเท่านั้น โครงการสัมมนาผู้ปกครอง (Parent Seminar) จึงเป็นโครงการที่มูลนิธิ ฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขยายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือจากภาคีทางการแพทย์ สังคม และธุรกิจ ของเรา โดยเนื้อหาใรการจัดสัมมนาผู้ปกครองในแต่ละครั้งจะประกอบไปด้วย

1. " ดูแลเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวอย่างไร " โดยกุมารแพทย์...

2. " วิธีการวอยต้า กับการกระตุ้นพัฒนาการเด็กพิการฯ " ความรู้เกี่ยวกับการรักษาเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว และพิการทางสมอง ด้วยศาสตร์วอยต้า โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยด้วยศาสตร์วอยต้า และนักกายภาพบำบัดวอยต้า และศาสตร์อื่น ๆ ที่สามารถถ่ายทอดให้ผู้ปกครองสามารถนำไปใช้ต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ

3. " ลูกฉัน ใช้วอยต้า " ประสบการณ์ผู้ปกครองที่ใช้ศาสตร์วอยต้าในการรักษาลูกพิการฯ ด้วยความเพียร จนเห็นผลที่น่าพอใจ และประสบการณ์อื่น ๆ ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กพิการฯ ทั้งด้านร่างการ จิตใจ และสังคม

4. " ดูแลลูกแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเอง " ข้อแนะนำในการดูแลสภาพจิตใจของผู้ปกครอง และสมาชิกในครอบครัวที่ต้องดูแลเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว โดยจิตแพทย์ 

5. " Finding your Happiness to Change the Life of your Love One " " ความสุขของพ่อแม่ = พลังรักแท้ที่มีให้ลูก " กระบวนการค้นหาพลังบวก ดึงความสุขในตัวเอง ออกมาเป็นพลังที่เข้มแข็ง เพื่อดูแลคนที่เรารักให้สามารถดูแลตัวเองได้ต่อไป โดยใช้กระบวนการโค้ชกลุ่ม ศาสตร์ Life Coach

6. ร่วมชมผลงานศิลปะ และผลงานอื่น ๆ จากเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว และสติปัญญา

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ZMF ENTREPRENEURSHIP


Zy Movement Foundation, in collaboration with Chef Kani, announces “
ZMF Entrepreneurship” project to help relieve financial hardship due to the COVID-19 crisis for the caretakers of children with movement disabilities by training the caretakers to be able to create their own food business and make better living conditions. 

The research said in June 2020, 7 millions people in Thailand will loss their jobs from this crisis, our ZMF caretakers are also in risk of facing this, regarding to ZMF Objective number 2, to empower caretakers to be able to take care of their differently abled children, at this moment is to be able to feed the family in healthy condition as we believe in “Take good care of ourselves so we can take care of our children”

As we all realized, the food delivery industry has a crucial role to play at his time of national crisis. “Train the ZMF Entrepreneur” project will teach & coach members to do food delivery business in 1 workshop, followed by business coaching from time to time.

IN THE FIRST PHASE, the members will collect food order from their neighborhood, promote their services online, place order to Chef Kani’s Kitchen then we can use local logistic service (Motorcycle Taxi / วินมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่) to deliver food to customers.

IN THE LATER PHASE, we will coach members to do this model in their area, place order to restaurants in their areas and use their local logistic services as we believe that this Entrepreneurship platform will turn to be the opportunity to make a better living for the caretaker which will make direct impact to our children with movement disabilities’ well being.


ZMF ปั้ น เ ถ้  า แ ก่ จิ๋ ว

มูลนิธิซายมูฟเม้นท์ ร่วมมือกับ เชฟคานิ ริเริ่มโครงการ “ปั้นนักธุรกิจอาหารสู้ภัยโควิด 19” โครงการนี้สร้างมาพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินจากสถานการณ์โควิด 19 ที่ผู้ดูแลเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวของเราทุกคนได้ประสบ โดยการจัดการฝึกอบรมการทำธุรกิจอาหารอย่างง่ายให้กับผู้ที่สนใจ และตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนในครอบครัว

งานวิจัยคาดการณ์ว่าคนไทยจะตกงานถึง 7 ล้านคน ในเดือนมิถุนายน 2563 จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด แม้เราไม่อยากเห็นผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวของเราต้องพบกับเหตุการณ์นี้ แต่ก็อาจจะเลี่ยงความเสี่ยงนี้ไม่ได้ ด้วยวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ของมูลนิธิซายมูฟเม้นท์ คือ การช่วยเหลือผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ให้มีทัศนคติที่ดีต่อความสามารถของเด็ก และให้มีความสามารถในการดูแลเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสม ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันหมายความถึงการมีความสามารถในการหาเลี้ยงครอบครัวอย่างปลอดภัยต่อสุขภาพของตนเอง และคนในครอบครัว รวมไปถึงมีเวลาดูแลบุตรหลานที่มีความแตกต่างอย่างเต็มที่ เพราะมูลนิธิ ฯ เชื่อว่า “ดูแลตัวเราเองให้ดีที่สุด จึงจะทำให้เราดูแลเด็ก ๆ ของเราได้ “ เราจึงตั้งใจทำโครงการนี้ขึ้น

ทุกท่านอาจจะสังเกตเห็นว่า ธุรกิจส่งอาหาร เป็นธุรกิจที่ยังสามารถสร้างรายได้ ระหว่างสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด และน่าจะเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใด ๆ ต่อจากนี้ โครงการ “ปั้นนักธุรกิจอาหารสู้ภัยโควิด 19” จะให้ความรู้สมาชิกเกี่ยวกับการทำธุรกิจอาหาร ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ คิดต้นทุน ไปจนถึงติดต่องานขนส่ง ภายในเวิร์คชอบเดียว โดยมีการติดตามผลจากทีมผู้สอนเป็นระยะ

โดยในระยะแรก มุ่งหวังให้สมาชิกสามารถรวบรวมคำสั่งซื้ออาหารจากคนในพื้นที่ของตนเอง ส่งมาที่เชฟคานิ โดยจะได้รับค่าดำเนินการสั่งซื้อตามตกลง และติดต่อผู้ขนส่งภายในพื้นที่ให้ส่งอาหาร รวมถึงสามารถทำสื่อออนไลน์โปรโมทบริการของตนเองได้ 

ในระยะต่อไป มุ่งหวังให้สมาชิก สามารถนำแบบแผนการทำธุรกิจนี้ ไปขยายธุรกิจร่วมกับร้านค้าอื่น ๆ ในพื้นที่ของตนเอง

ทั้งนี้มูลนิธิ ซาย มูฟเม้นท์ เล็งเห็นผลจากการพัฒนาความสามารถในธุรกิจนี้ว่าจะทำให้ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวได้มีโอกาสในการเสริมรายได้ อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยจากการเดินทางไปประกอบอาชีพอื่น ๆ และมีเวลาในการดูแลเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว ให้ได้เรียนรู้ และมีพัฒนาการที่เหมาะสมอีกด้วย