ความในใจ LIFE-CHANGERS

ความในใจ LIFE-CHANGERS : ผู้ผ่านการเข้าร่วม ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต

CTCAL#4 พิชิตเนินช้างศึก 26-27 พฤศจิกายน 2559
#หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง



C1 & C2  น้องเฟย์ น้องฟิลด์

 
 
 

 
 
 

ครอบครัวเฟย์ฟิลด์.jpg

 
 

ครอบครัวน้องเฟย์ น้องฟิลด์

 

ขอบคุณพี่อาสาทุกท่านนะคะ ทั้งพี่มะปราง พี่แพนเค้ก พี่หมวย พี่เจี๊ยบ พี่ปอมส์ พี่แพรว ที่ช่วยดูแลเฟย์ฟิลด์เป็นอย่างดีตลอดกิจกรรมค่ะ พี่อาสาช่วยให้พวกเราพ่อแม่รู้สึกอบอุ่นใจ ไม่โดดเดี่ยว และช่วยแบ่งเบาให้เราได้พักบ้างแม้เป็นระยะสั้นๆ แต่มันก็สำคัญและยิ่งใหญ่ เพราะได้มิตรภาพช่วยหล่อเลี้ยงค่ะ

 
 
 

………………………………………

 
 
 

พี่แพนเค้ก  P2

 
 

พี่แพนเค้ก p2.jpg

 

ถึงบ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอขอบคุณมิตรภาพดีดีที่เกิดขึ้นตลอด 2 วันที่ผ่านมา ขอบคุณน้อง เฟย์ น้องฟิลล์ เพื่อนๆ อาสาทุกคน ทีมงานทุกท่าน มูลนิธิซายมูฟเม้นท์ อี๊โกว ป๊าของน้องๆ โลกนี้มีสิ่งที่สวยงามเสมอ จะเก็บเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4

 
 

………………………………………………

 
 
 
 
 

พี่หมวย P2

 

 

 

Climb to change a life ก่อนเข้าร่วมโครงการนี้ มีหลายคน สบประมาท ถากถาง ว่าจะไปทำไม ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แล้วจะพาน้องปีนเขาได้ยังไง ด้วยความที่ตัวเราเองมีโรคประจำตัว ไทรอยด์ มันเป็นต่อมไร้ท่อที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งก้อคงเหมือนกับน้องๆพิการทางการเคลื่อนไหว ที่จะต้องก้าวผ่านคำต่างๆเหล่านั้นด้วยความกล้า ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง มุ่งมั่น  

  ในขณะที่เรากำลังปีนเขาอยุ่นั้น มีความคิดที่แว๊บเข้ามาในสมอง ซึ่งตอนนั้นจำได้ว่ากลัว กลัวมาก กลัวว่าน้องจะเป็นอะไรไป อาจพลาดพลั้งทำให้บาดเจ็บได้ จนกระทั่งน้องบอกกับพี่ว่า ไปข้างบนกัน ทำให้พี่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้น้องได้ขึ้นไปด้านบนให้สมกับความตั้งใจของน้องๆ ทำให้เรารู้สึกได้ว่า เด็กพิเศษไม่ได้อยากให้เราช่วย  แต่เค้าอยากให้เราสอนเค้าช่วยตัวเองมากกว่า

    ขอบคุณความไร้เดียงสาที่บริสุทธิ์ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ของน้องทั้งสองที่มอบให้พี่อาสาคนนี้ได้รับความรู้สึกที่พิเศษในชีวิต ทำให้ได้รู้ว่าการให้มีความหมายอย่างไร แล้วอะไรที่อยากได้กลับมา คงเป็นรอยยิ้มนี้ที่พี่จะจดจำไปตลอดเวลาที่ท้อแท้

    สุดท้ายนี้ การปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตครั้งนี้ ทำให้ได้รู้ว่าอย่าได้ใส่ใจกับคำพูดคนอื่นให้มากนัก ถ้าคำพูดนั้นทำร้ายทำลายมากกว่าสร้างสรรค์ การตำหนินั้นง่ายกว่าชื่นชม การนินทาง่ายกว่าการถามไถ่ตรงๆ ดังนั้น.....จงฟัง  แต่ไม่ใส่ใจ  จงรับรู้แต่ปล่อยวาง แล้วเราจะทุกข์น้อยลง เพื่อทุกข์ที่น้อยลง...

 

#เฟย์ฟิลล์ชิลชิลบนเนินเขาc1c2 #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต #พิชิตเนินช้างศึก #มูลนิธิซายมูฟเม้นท์ #ZyMovementFoundation #ClimbToChangeALife #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง

 
 

…………………………………………

 
 

พี่เจี๊ยบ  P1

 

 

เมื่อก่อนไม่รู้เลยว่า สติ๊กเกอร์ที่เราติดข้างกล่องผลิตภัณฑ์เค้กฝอยทองของเรานั้น มีความหมายอะไร ติดทำไม ติดเพื่ออะไร จนกระทั่ง วันที่ได้ไปร่วมโครงการ ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต#4 Climb to Change a Life เพิ่งเข้าใจ มันทำให้เราได้รู้สึกพลังที่ไร้ข้อจำกัดใดใด สามารถทำทุกอย่างให้เป็นจริงได้ถ้าเราจะทำ

ขอบคุณน้องเฟย์ น้องฟิล์ล ที่ทำให้พี่รู้ว่า ความกลัวเป็นอุปสรรคทางจิตใจ ไม่ใช่อุปสรรคทางด้านร่างกาย หากเรากำจัดมันไปได้ พลังก็จะเป็นของเรา ขอบคุณมือน้อยๆของน้องทั้งสองที่จับพี่ไว้ด้วยใจที่อดทน แล้วเราก็พากันถึงจุดหมาย    ขอบคุณทีมพี่อาสาที่เป็นกำลังใจให้กัน ตลอดโครงการ

#ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต #พิชิตเนินช้างศึก #มูลนิธิซายมูฟเม้นท์ #ZyMovementFoundation #ClimbToChangeALife   #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง #Srifabakery

 
 
 

…………………………………………

 
 

พี่แพรว P2

 

พี่เเพรว P2.jpg

 

พี่ปอมส์ P1

 

พี่ปอมส์ P1.jpg
พี่มะปราง P1

 

พี่มะปราง p1.jpg

 
 

 ………………………………………………

 

 

 C3 & C4  น้องเดย์  น้องปลาเก๋า

 

 

 

พี่จ๋า   P4

 

ขอบคุณโครงการ CTCAL#4 ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตมากๆนะค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมโครงการ ตอนแรกยอมรับว่าสมัครเข้าร่วมเพื่อความสนุกและหาประสบการณ์ใหม่ๆ แต่พอถึงวันที่ได้เจอกับน้องๆ ได้สัมผัสกับน้องๆ ความคิดก็เปลี่ยนค่ะ น้องทุกคนมีความพยายามและอดทนด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ ถึงแม้ร่างกายของน้องจะไม่สมบูรณ์ และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้องๆไปถึงยอดเขาเนินช้างศึกสำเร็จ จากที่เหนื่อยล้าก็หายในพริบตา เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะและเห็นรอยยิ้มของน้องๆ ที่สำคัญที่สุดยอมรับความอดทนและหัวใจของคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านจริงๆ สุดยอดมากค่ะ👍👍

 สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนและคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะค่ะ ภาพประทับใจทุกกิจกรรมที่ทำร่วมกัน พี่สัญญาจะจดจำตลอดไป

#ขอบคุณพี่น้ำตาลมากๆนะค่ะ

#พี่จ๋า (ศรีฟ้า) C4 น้องปลาเก๋าค่ะ

 

……………………………………………………

 

พี่ต้า  P4

 

"ทำทุกที่ในชีวิตนี้ให้เป็นค่าย" ผมไม่แน่ใจว่าผมเริ่มเข้าใจวรรคทองของค่ายกระป๋องหรือค่ายอาสาพัฒนาของเราชาวอก.เมื่อไร เพียงแต่ตอนนี้มันคล้ายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีการคิดของผมไปแล้ว และด้วยวรรคทองนี้ทำให้ผมก้าวตัวเองเปิดประตูอีกบานของการทำทุกที่ให้เป็นค่ายด้วยการออกมาร่วมโครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4 ของ Zy movement foundation ขอเรียกค่ายละกันชินปากดี ค่ายนี้เป็นค่ายที่รับสมัครพี่อาสาเพื่อเป็นผู้ที่ช่วยน้องพิการทางการเคลื่อนไหวขึ้นเขา โดยปีนี้พาน้องขึ้นเขาในระยะ  1 กิโลเมตร ก่อนไปผมก็นั่งคิดกับตัวเองนะว่ามันจะเป็นค่ายที่ตอบโจทย์จริงๆ หรือเปล่าเพราะมันคือการพาน้องขึ้นไปบนเขาเฉยๆ โดยที่ผมลืมคิดเลยว่าตัวผมเองที่เคลื่อนไหวได้ปกติก็เคยมีเวลาที่เรามองภาพการท่องเที่ยวผจญภัยในที่ต่างๆ แล้วเราอยากจะไปมากๆแต่ไม่สามารถจะไปได้ด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ความรู้สึกที่ผิดหวังนั้นมันก็มากนะแต่คงเทียบกับความรู้สึกที่น้องๆ ที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวนั้นรู้สึกแย่เวลาแค่อยากเดินเล่นรับลมก็ทำไม่ได้เลย แต่พอได้ประคองพาน้องขึ้นพิชิตยอดเขาได้แล้วและได้เห็นแววตาน้องมองเขารอบๆ แล้ว แววตาของน้องเป็นแววตาที่ซื่อสัตย์กับสิ่งที่น้องเห็นอยู่ข้างหน้า ถึงจะไม่ใช่เขาที่ยิงใหญ่และยากจะพิชิตที่สุดแต่ในใจน้องคงเป็นเขาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่น้องได้เห็นและได้พิชิต สำหรับผมการไปออกค่ายครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนชีวิตแต่เฉพาะตัวน้องๆ เท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนความเข้าใจในตัวผมที่มีต่อน้องๆและพ่อ,แม่ของน้องๆ(น้องชายเคยเป็นลูคิเมีย พ่อและแม่เคยใช้ใจสู้จนผ่านมาได้)ผมไม่รู้จริงๆว่าพ่อแม่แต่ละคนเวลาเห็นน้องๆเป็นแบบนั้นใช้ใจขนาดไหนในการก้าวข้าวมาได้และไม่รู้ว่าดีใจขนาดไหนที่เห็นน้องเริ่มเดินก้าวแรกจนเดินถึงยอดเขาได้ขอบคุณที่สอนให้ผมรู้ว่า หากใจเราไม่พิการร่างกายเราก็จะไม่พิการไปด้วย ปีนี้ผมก็ได้ไปทำทุกที่ในชีวิตนี้ให้เป็นค่ายอีกแล้ว

ต้า C3,C4

 
 

……………………………………………………

 
 
 
 

พี่เหมียว  P3

 

การที่ได้มาร่วมโครงการปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตในครั้งนี้นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีกับการเป็นจิตอาสาครั้งแรกเพราะเราไม่รู้ว่าจะทำได้ดีขนานไหนจะสามารถดูแลน้องๆได้ดีหรือเปล่า

แต่พอได้ทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆก็รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็เป็นส่วนหนึ่งในโครงการดีดีแบบนี้

     #climbtochangealife #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต  #zymovementfoundation         #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง  #พิชิตเนินช้างศึก  #ทีมน้องเดย์ C3 (พี่เหมียว)

 
 
 
 
 

…………………………………………………

 
 

  C5 & C6 น้องน้ำมนต์  น้องเมฆ

 
 
 

 

 

ครอบครัวน้องน้ำมนต์

 

เมื่อวานเช้าย่าได้พาหลายชายไปปีนเขากิจกรรมน่าประทับใจปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ซึ่งคำนี้ทำให้ย่าตื้นตันหลานห้าขวบสามารถปีนเขาไปจนสูงสุดด้วยพี่ๆ อาสาช่วยกันพยุงแขน ปากก็บ่นว่าไมวายๆ แต่ก็ทำสำเร็จดีใจมากจนพูดไม่ออกมีความหวังหลานพูดได้ชัดเจนเมื่อไหร่เค้าจะต้องพูดหนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วงให้ทุกคนได้ยิน ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้พวกเราผู้ปกครองและเด็กๆพิเศษได้รับความสุขถ้วนหน้า #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต

 

ย่าขอขอบคุณพี่ๆอาสาทุกท่านเลยที่ช่วยหลานๆปีนเขาสำเร็จกลับมาบ้านพูดเยอะมากเล่าใหญ่เลยปู่บอกว่าถ้ามีปีนเขาบ่อยๆคงไม่ต้องส่งไปฝึกพูดแล้วขอบคุณคุณน้ำตาลขอบคุณท่านประธานใหญ่และทีมงานทุกท่านมากค่ะไม่ลืมกิจกรรมนี้จริงๆ

 

ขอขอบคุณพี่ๆอาสาทุกท่านมากค่ะสำหรับความช่วยเหลือพาย่าหลานขึ้นเขาสำเร็จในครั้งนี้

ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆหลานชายอายุ5ขวบเดี๋ยวนี้ร่างกายแข็งแรงขึ้นดูหลานมีความสุขพุดแต่ว่าจะปีนเขาอีกพัฒนาการดีขึ้นมากๆ 

 
 

…………………………………………………

 
 

พี่มิ้น P5

 
 
 

พี่มิ้น P5.jpg

 

 

Climb to Change a Life :)

 

จุดเริ่มต้นในการไปปีนเขากับ Zy Movement ของมิ้นคือ การชักชวนจากโจแจงเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ชวนไปปีนเขา โดยไปเป็นพี่อาสาให้กับน้องๆ พาน้องๆ ไปพิชิตยอดเขา ความคิดแว๊บเแรกของมิ้นคือ “เย่!! ได้ไปเที่ยวอีกจังหวัดหนึ่งแล้ว” มิ้นตกลงไปแบบไม่ต้องคิดเลย ครั้งแรกคือ พิชิตยอดเขาเทวดา ที่สุพรรณบุรี

เมื่อถึงวันจริง จากที่มิ้นคิดว่าแค่จะได้ไปเที่ยว กลับเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกและมุมมองในการใช้ชีวิตมากขึ้น ที่ว่าความคิดเปลี่ยนคือ อย่าตัดสินใครจากภายนอก น้องที่มิ้นไปด้วยครั้งนั้น คือ “น้องภูมิ” น้องเป็นคนสดใส ไม่ยอมแพ้ และพยายามที่จะไปให้ถึงตามความตั้งใจอยู่ตลอดเวลา มิ้นจำได้ว่าวินาทีที่ปีนขึ้นไปซัก 600-700 เมตร มีแว๊บนึงขี้นมาว่า พอแล้วดีมั้ยวะ เหนื่อย แต่น้องภูมิจะบอกว่าไปต่อ ไปต่อ ไปต่อ ในจังหวะที่น้องเดินสะดุด มิ้นแอบคิดในใจว่าน้องจะหยุดมั๊ย น้องจะเจ็บขาแล้วพอแค่นี้รึเปล่า เพราะน้องใส่ขาเทียมอยู่ข้างหนึ่ง น้องเดินลำบากกว่ามิ้น แต่สิ่งที่มิ้นได้เรียนรู้จากเด็กตัวเล็กๆ คือ หัวใจนักสู้และไม่คิดว่าทุกอย่างเป็นปัญหา โลกของเด็กเป็นโลกที่ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ไม่มีคำว่า “ยาก” ไม่มีคำว่า “ทำไม่ได้” โลกของผู้ใหญ่ถูกจำกัดด้วยคำว่า เป็นไปไม่ได้มากมาย ไม่น่าเชื่อเลยว่าจากที่คิดว่าจะแค่ไปเที่ยว มิ้นยังได้ไปค้นพบตัวเองว่า นอกจากเราจะเอาชนะตัวเองไปจนถึงยอดเขาแล้ว ความคิด ความรู้สึกในการมองโลกของเรายังเปลี่ยนไปมากอีกด้วย น้องๆ สอนให้มิ้นรู้ว่า ปัญหาหรืออุปสรรคที่เราเจอเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ตั้งเป้าหมายให้ชัด ว่าเราจะไปให้ถึงยอดเขา ไปให้ถึงเป้าหมาย ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้เลย คิดและรู้สึกให้เหมือนกับเด็กๆ เราก็จะผ่านทุกๆ อย่างไปได้อย่างดี วันนั้นมิ้นบอกกับตัวเองว่า ถ้ามีครั้งหน้ามิ้นจะไปอีกแน่นอน

ครั้งนี้เนินช้างศึก กาญจนบุรี ครั้งที่สองในการไปพิชิตใจตัวเอง วางงานทุกอย่างแล้วเอาใจตัวเองไปรับความสุขจากน้องๆ และเพื่อนๆ อาสา ครั้งนี้มิ้นได้มีโอกาสดูแลน้องน้ำมนต์ ถ้าเป็นตอนปกติน้องจะเงียบ ไม่ค่อยพูด แล้วก็จะเขินคน พอถึงจังหวะที่ได้ปีนเขาจริงๆ น้องตื่นเต้น พูดไปตลอดทาง มิ้นเห็นย่าน้องยิ้มและบอกว่าหลานตัวเองพูดเก่งขึ้น แค่นั้นมิ้นก็รู้สึกอิ่มใจ มิ้นคิดว่าการปีนเขามัน Change a Life จริงๆ นะ มันเป็นความสุขจากภายใน สีหน้า แววตาของน้องทีส่งมาถึงเรามันเป็นพลังที่เราหาไม่ได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน มิ้นชอบที่พี่อาสาท่านนึงพูดว่า เราควรจะไปยืนในทางที่เค้าเดิน ยืนอยู่ข้างๆ เค้า ไม่ใช่การหยิบยื่นเงินทอง โลกของเด็กๆ ดูสดใสขึ้นมามากๆ ไม่มีความรู้สึกว่าตนต่างไปจากคนอื่น เด็กๆ สอนการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงให้มิ้น

สุดท้ายถ้าถามถึงสิ่งที่มิ้นประทับใจ คือ รอบยิ้มและสัมพันธภาพที่เกิดขึ้น เราได้เรียนรู้ชีวิตของคนอื่นมากขึ้น ได้แชร์ ได้แบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ได้กำลังใจในการที่จะเอาชนะตัวเองในการทำเรื่องต่างๆ ได้เห็นพัฒนาการของน้องที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีที่แล้วมาจนถึงปีนี้ การพาน้องๆ ออกมาเที่ยว มาเจอโลกภายนอก มันเป็นการเติมเต็มช่องว่างบางอย่างที่น้องไม่มีในเรื่องของสภาพร่างกาย แต่สิ่งที่น้องๆ มีมากล้น จนเผื่อแผ่ไปถึงพี่ๆ อาสาทุกคนคือ หัวใจที่เข้มแข็งและมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย โดยไม่สนว่าเราจะมีหรือไม่มีอะไร

มิ้นขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของน้องๆ ทุกครอบครัวนะคะ ครอบครัวเป็นกำลังสำคัญมากๆ ทุกคนสู้และเก่งมากๆ ที่สอนน้องมาเป็นอย่างดีและให้โอกาสน้องๆ ได้ออกมาดูโลกกว้าง น้องจะเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแรงแน่นอน จากความรัก ความหวังดีและความอบอุ่นที่ครอบครัวมีให้ในทุกๆ วัน สู้ๆ นะคะมิ้นเป็นกำลังใจให้ ^^

และที่ขาดไม่ได้เลยขอบคุณทีมงาน Zy Movement ทุกๆ คนนะคะที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมา กว่าจะมีวันนี้มิ้นเชื่อว่าทุกคนทุ่มเท แรงกาย แรงใจ อดหลับอดนอนกันมามากมาย อยากมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาช่วยเป็นทีมงานดูแลน้องๆนะคะ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย ยินดีมากๆ ค่ะ

มิ้น :)

 

………………………………………………

 

 

พี่ดา P5

 
 

 
 

ป้าวนิดา.jpg

ขอขอบคุณทุกๆ คนค่ะ ที่ให้โอกาสได้ร่วม#ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต4 วันนี้เพื่อนโทรมาถามค่ะ ว่าไปปีนเขาแล้วได้อะไรมาบ้างตอบไม่ถูกค่ะรู้แต่ว่านั่งยิ้มอยู่คนเดียวนานมากจนเพื่อนถามซ้ำเลยตอบไปว่าได้ใจของทุกคนกลับมาด้วยค่ะ แล้วแอบคิดว่าปีนเขาครั้งต่อไปทุกคนคงให้โอกาสไปอีกค่ะ ขอบคุณมากค่ะ  วนิดา

 
 
 

…………………………………………………

 

พี่ปลา  P6

ขอบคุณน้องๆ เหมือนกันนะคะ มาเจอกันอีกทีปีหน้านะคะ คุณย่า น้องน้ำมนต์ น้องเมฆ

 
 
 

……………………………………………

 
 
 

พี่มายด์  P6

 

หัวใจ_935.jpg

      

 

…………………………………………………

 
 
 
 
 
 

C7 & C8 น้องริท น้องซันซัน

 

ครอบครัวน้องริท

 
 

ครอบครัวน้องริท.jpg

 

น้องริทถึงบ้านแล้วนะคับ  ขอขอบคุณพี่ๆๆๆทุกๆๆๆคนที่มีน้ำใจเอื้อเผื้อต่อครอบครัวน้องริทคับหวังว่าพี่ๆๆๆจะไม่ลืมน้องริทนะคับ

ขอบคุณโครงการดีๆอย่างนี้ที่ทำให้ครอบครัวน้องริทได้มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมปีนเปลี่ยนชีวิตพิชิตเนินช้างศึกในครั้งนี้   ทีแรกครอบครัวน้องริทคิดว่าคงไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมแน่นอนเพราะน้องริทได้ลงชื่อเป็นตัวสำรองไว้แต่เหมือนปาฏิหาริย์ที่ทำให้ครอบครัวน้องริทได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมในครั้งนี้      ขอบคุณมูลนิธิซายมูฟเม้นท์ พี่ๆ อาสาแม่ๆ พ่อๆ ลูกๆ ทุกๆ ครอบครัวที่ได้เข้ามาปีนเปลี่ยนชีวิตพิชิตเนินช้างศึกด้วยกัน และหวังว่าครอบครัวน้องริทคงจะได้เข้าร่วมกิจกรรมดีๆ อย่างนี้อีกในปีหน้าและปีต่อๆ ไปค่ะ (ขอบคุณพี่น้ำตาลที่ทำให้กิจกรรมนี้มีความสุขมากขึ้น)

 
 
 

…………………………………………………

 

ครอบครัวน้องซันซัน

 
 

 

The day for Climb to Change a life begun. Needless to say how excited my kids were to be joining this challenging activity with differently-abled friends and volunteers of all ages.  If I were to say what has been changed, I would say WE have changed crisis into opportunity. Since we have our little Shan Shan, we have had so much to do together because her ways of learning has to be hands-on and we have seen the beautiful side of life in people's hearts  reaching their hands out to help others. All these and many more unmentioned, make us see the world differently.  Happiness comes easy only if we can climb over the mountain in our hearts. Thank you my dearest Shan Shan for showing us all. Thank you uncle Walter Lee for sharing your inspirations and Zy Movement Foundation for making it a reality for all. Thank you K.Namtaan for being a great spearhead. Thank you all the sponsors and volunteers who have made this a memorable event. And most importantly, thank you all the kids and families of the same journey who make us see this beautiful world ... และแล้ว วันแห่งกิจกรรม ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต เพื่อพิชิตเนินช้างศึก ก็มาถึง คงไม่ต้องบอกว่าเด็กๆ ตื่นเต้นแค่ไหนที่จะได้ปีนเขาร่วมกับเพื่อนๆ และอาสาหลากหลายวัย (อาสาตัวน้อย ที่ช่วยซันซันอายุเท่ากันเลย จูงมือจุ๋งจิ๋ง น่ารักมาก) ถ้าถามว่าเปลี่ยนอะไร ต้องบอกเลยว่าเราเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส หลังจากมีซันซัน ครอบครัวเราได้มีโอกาสทำกิจกรรมที่หลากหลาย และเดินทางไปในทุกที่ด้วยกัน เพราะการเรียนรู้ของหนูต้องผ่านการสัมผัสและเห็นจากของจริง ระหว่างการเดินทาง พวกเราได้รับน้ำใจ ความเอื้ออาทร และมิตรภาพดีๆ จากคนรอบข้าง ซึ่งเป็นด้านที่สวยงามมากจริงๆ สิ่งเหล่านี้ และอีกหลายสิ่งเล็กๆ ทำให้เรามองโลกในมุมที่เปลี่ยนไป ความสุขนั้นหาได้ไม่ยาก ขอแค่เราเปิดใจและก้าวข้ามภูเขาในใจเราให้ได้ ขอบคุณสาวน้อยซันซันที่เกิดมาเป็นลูกเรา สอนเราในทุกสิ่ง ขอบคุณคุณวอลเตอร์ที่แบ่งปันและสร้างแรงบันดาลใจให้คนนับล้าน ขอบคุณมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ ที่ทำให้โครงการดีๆ แบบนี้เกิดเป็นรูปธรรม ขอบคุณคุณน้ำตาลที่เป็นแม่งานในการจัดการดูแลทุกสิ่ง ใส่ใจในทุกรายละเอียด ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน และพี่ๆ น้องๆ อาสาทุกคน ที่ร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ในการพิชิตยอดเขาด้วยกัน และสำคัญที่สุด ต้องขอขอบคุณน้องๆ ผู้พิการและครอบครัวที่เดินบนเส้นทางเดียวกัน ที่ทำให้เราเห็นโลกในมุมที่สวยงาม ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

 

ครอบครัวซันซัน.jpg

 

…………………………………………………………

 
 

พี่พลอย  P8

 

เราเป็นคนชอบปีนเขา เป็นคนชอบออกกำลังกาย ตอนที่มีเพื่อนมาชวนทำกิจกรรมนี้ ก็คิดแค่ว่า ดีนะ เราอยากให้น้องที่มีข้อจำกัดทางด้านการเคลื่อนไหวได้มีประสบการณ์เดินขึ้นเขาเพื่อชมวิวข้างบนนั้นเหมือนที่เราเห็น ซึ่งมันไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่มันช่วงเวลาที่ให้พลัง เป็นแรงกระตุ้นเราด้วย

คืนก่อนวันปีน ฝนตกลงมาอย่างหนัก ทางทีมงานจึงให้หัวหน้ากลุ่มซึ่งรวมเราด้วยได้เดินสำรวจทาง(เที่ยว)ก่อนเพื่อมาบอกเล่าสภาพทางให้คุณพ่อคุณแม่น้องตัดสินใจ ก็รู้สึกว่า การพิชิตเนินช้างศึกไม่ใช่เรื่องง่าย จะให้น้องขึ้นไปเดินทางชันๆแคบๆ แบบนั้น “มัน ไม่ มี ทาง เป็นไปได้เลย” เราห่วงความปลอดภัยของน้อง แม้จะให้แบกขึ้นไปก็ยังอันตรายอยู่ดี ตอนเดินลงมาก็คิดในใจว่าคุณแม่น้องจะลังเลให้น้องขึ้นไหมนะ เราจะพูดกับพ่อแม่เขายังไงดีนะ

แต่นั่น…คือสิ่งที่เราคิด… ที่เรากลัวไปเอง เพราะความจริงแล้ว มันไม่มีเลยความลังเล ความกังวลของคุณพ่อคุณแม่น้อง หรือแม้แต่ตัวน้องเอง ที่จะเดินขึ้นเขาหลังฝนตก มีแต่ความตื่นเต้น เตรียมพร้อมอยากจะขึ้นพิชิตยอดเขานั่น

เราได้เป็นอาสาให้กับทีมน้องซันซัน จากเดิมที่เราคิดว่า เราอยากให้น้องได้ขึ้นมาได้รับ ได้สัมผัสพลังและแรงบันดาลใจจากการปีนเขา ได้รับรางวัลของความพยายาม ความลำบากเป็นวิวที่สวยงาม กลับกลายเป็นว่า เราต่างหากที่ได้รับพลังจากการที่ได้เห็นภาพที่คุณแม่เอาน้องขึ้นบนหลังแล้วค่อยๆเดินขึ้นทางชันๆ แคบๆ ตรงนั้น มันสวยงามกว่าวิวบนยอดที่เราจะพาน้องขึ้นไปเห็นเป็นร้อยเท่า เราแอบได้ยิน แม่น้องพูดกับคนในทีมว่า “ซันซันเป็นเด็กที่กล้าหาญมาก ซันซันไม่เคยกลัวอะไรเลย น้องแค่เดินไปๆๆๆ” นั่นคือคำพูดที่ทำให้เราได้เข้าใจความหมายของกิจกรรม Climb to Change a Life ที่แท้จริง

จากการมาเป็นอาสาครั้งนี้ เราคิดว่าเราไม่ได้ช่วยเปลี่ยนอะไรในครอบครัวน้อง เพราะน้องซันซัน คุณแม่และคุณพ่อของน้องมีหัวใจที่สวยงามสมบูรณ์เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอยู่แล้ว 100%  แต่การปีนครั้งนี้มันเปลี่ยนเรา มันเปลี่ยนเราให้เลิกกลัวในสิ่งที่เราคิดกังวลไปก่อนที่จะลงมือทำ และเชื่อมั่นในศักยภาพของทั้งตัวเองและคนอื่นมากขึ้น  

ขอบคุณมูลนิธิ Zymovement พี่น้ำตาล ทีมน้องริทและซันซัน #C7&C8 รวมถึงอาสาทุกคนที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้เห็นภาพความรัก การสนับสนุนจากคนในครอบครัวที่สวยงามขนาดนี้ งานนี้มันดีต่อใจจริงๆ

 

 

      พี่หลอย P8.jpg

 

…………………………………………………………..

 

พี่รัตน์ P7

 
 

พี่รัตน์ P7.jpg

 

…………………………………………………………

 

พี่จิน P8

พี่จิน P8.jpg

 

 

…………………………………………………………..

 

C9 & C10 น้องขลุ่ย น้องโชกุน

 

 

ครอบครัวน้องโชกุน

 

ครอบครัวน้องโชกุนแม่วาส.jpg

 

……………………………………………………

 
 
 

ครอบครัวน้องขลุ่ย

 

ครอบครัวขลุ่ย.jpg

 

ขอบคุณทุกๆ คนที่ทำให้เกิดปาติหาริย์กับเด็กๆ พิเศษเพราะมันไม่น่าเกิดขึ้นได้ แต่จากนี้พ่อแม่น้องขลุ่ยจะไปแอดเวนเจอกันอีกเรื่อยๆ เพราะน้องมีความสุขมาก เขารู้สึกไม่มีข้อจำกัดว่าทำไม่ได้แม้ว่าจะทำในแบบของเขาก็ตาม

แม้เราจะเหนื่อยบ้างแต่พ่อแม่ทุกคนมีความสุขใช่ไหมคะ  แม่เคยพาน้องนั่งรถไฟฟ้าไปหาหมอต่อด้วยเรือด่วนต่อด้วยรถเมล์ครบทุกอย่าง(น้องเล็กด้วย รถเข็นด้วย)เหนื่อยหน่อยแต่ลูกมีความสุขมาก ขอให้พี่ๆ ทุกคนพบเจอแต่สิ่งดีๆ นะคะแล้วเจอกันใหม่

ครอบครัวน้องโชกุน

ทริปนี้มีความสุขมากๆ เลยค่ะขอขอบคุณพี่ๆ อาสาทุกท่านเลยค่ะขอบคุณพี่น้ำตาลขอบคุณ      มูลนิธิค่ะ

 
 

…………………………………………………………

 
 
 
 

พี่ส้ม P10

 

พี่ส้ม P10.jpg

 

 

…………………………………………………………..…

 

พี่เขียว P9

พี่เขียว P9.jpg

 

………………………………………………………

 

พี่ติ P9

 

พี่ติ P9.jpg

 

…………………………………………………………..…

 

P10 พี่ติ่งตะวัน

พี่ติ่ง C10.jpg

 

……………………………………………………

 

พี่ตั้ม P10

 

พี่ตั้ม C10.jpg

 

 

……………………………………………………

 

พี่กิ๊ฟท์ P9

พีกิ๊ฟ P9.jpg

 

 

……………………………………………………

 

C11 & C12  น้องโฟกัส น้องโชกุน

 
 

ครอบครัวน้องโชกุน

 
 
 
 

ครอบครัวน้องโชกุนแม่กา.jpg

 

"ปีนเพื่อเปลี่ยนครั้งที่2" น้องโชกุนออกอาการไม่อยากปีนเขาเมื่อรู้ว่าคุณพ่อไม่ได้ไปด้วย "ไม่อยากไปกับคนอื่น" แต่คนอื่นที่น้องพูดถึงนั้นเป็นคนอื่นที่ทำให้น้องยิ้ม หัวเราะออกมาได้เป็นคนอื่นที่เสมือนคนในครอบครัวที่ทำให้น้องมีความสุขมีความมั่นใจมีความกล้าหาญและในวันนี้น้องได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในวันข้างหน้าแม้ไม่มีพ่อแม่ น้องสามารถเดินได้ด้วยตัวเอง และขอขอบคุณซายมูฟเม้นท์ที่จัดทำโครงการดีๆ  ขอบคุณพี่น้ำตาล ทีมงานทุกท่านที่ให้โอกาสและสร้างแรงผลักดันให้น้องก้าวสู่สังคมได้อย่างมั่นใจ และลืมไม่ได้ทีมพี่อาสา พี่แยม พี่อาร์ท พี่เอ พี่ต้อม พี่โจ๋ พี่โจ้ พี่นก และคู่บัดดี้น้องโฟกัส * เจอกันใหม่ในโอกาสต่อไปค่ะ*

 

…………………………………………………………

 
 

ครอบครัวน้องโฟกัส

 
 

ครอบครัวน้องโฟกัส.jpg

 
 
 

……………………………………………………

 
 
 

พี่แยม  P12

 

 
 
 
 

 

จากตอนแรกที่เข้าร่วมโครงการเพราะอยากช่วยน้องๆ สร้างกำลังใจ สร้างความสุข แต่สุดท้ายมันกลับกัน คนที่ได้จริงๆกลับย้อนมาที่ตัวเราเอง

       หนทางข้างหน้าจะเจอกับอะไรบ้าง ก้อนหิน ดินทรายที่อาจจะทำให้น้องล้ม แต่น้องเลือกที่จะเชื่อมัน..เชื่อมั่นในพี่อาสา เชื่อมั่นในครอบครัว เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วสิ่งนี้แหละมันเชื่อมโยงพวกเราให้ก้าวไปพร้อมกัน ทีละก้าว..ทีละก้าว

       ถึงน้องจะลือกสิ่งที่เค้าเป็นไม่ได้ แต่เค้าเลือกแล้วที่จะสุดยอดจากสิ่งที่มี ในอนาคตน้องๆ ไม่ใช่แค่สามารถทำอะไรได้ แต่เค้าสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง

        ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้ขึ้นมา จนตกผลึกกลายเป็น..พลังก้อนเล็กๆ...จากกลุ่มคนเล็กๆ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปพลังก้อนนี้..จะขยายใหญ่ขึ้นๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในการขัดเกลาสังคมให้ดีขึ้น...มากกว่าที่เป็น

 
 

พี่แยม P12.jpg

 
 
 

………………………………………………………….

 
 

พี่โจ๋ P12

 
 

 

           

 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 ผมได้ขออาสาแบกน้องโฟกัส(น้องท่าทางกินเก่ง อิอิ)พิชิตเนินช้างศึก ผมได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดเวลา เพราะพี่ๆในกลุ่มค่อยให้กำลังใจและรอยยิ้มอยู่ น้องมีความตื่นเต้นมากที่จะได้พิชิตยอดเขา พอเริ่มเดินผมมีร่างกายปกติยังเหนื่อยเลย แต่คิดมุมกลับกันน้องๆในโครงการนี้ทุกคนต้องใช่ความพยายามแรงใจและแรงกายอย่างมากกว่าเราหลายร้อยเท่าในการเดินขึ้นพิชิตยอดเขา แต่น้องทุกคนพร้อมจะไปครับ ทั้งๆที่รู้ว่าเหนื่อยทั้งๆที่รู้ว่าลำบากแต่เขาไม่มีความกลัวในหัวใจเลย พอถึงยอดเขาเป็นวิวที่สวยมากเห็นเขาช้างเผือกอย่างชัดเจนผมเห็นน้องๆทุกคนยิ้มอย่างมีความสุขและภูมิใจ ได้เห็นภาพ ได้สัมผัสอากาศ ได้สัมผัสทิวทัศน์ สัมผัสกลิ่นอายทะเลหมอกที่ตัวเองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ถึงเเม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานแต่สามารถทำให้น้องๆมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตการมีที่ยืนในสังคมและหน้าที่ของเราคือการยืนอยู่ข้างๆเขาค่อยให้กำลังใจ และช่วยเหลือในยามที่เขาท้อแท้ซึ่งมันมีค่ามากสำหรับน้องๆเหล่านี้ครับ ขอขอบคุณโครงดีๆแบบนี้จากมูลนิธิ #Zymavement#CTCAL 4#หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง# ขอขอบคุณพี่ๆโครงการ และจิตอาสาทุกคน พี่ๆในกลุ่มทุกคน น้องโฟกัส และน้องโชกุน ที่ได้สร้างโครงการดีๆแบบนี้และอยากให้มีโครงการแบบนี้ไปตลอดเพราะยังมีเด็กๆอีกมากที่ยังไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมดีๆแบบนี้ ขอขอบคุณ Stang Jintana ที่แนะนำโครงการดีๆ แบบนี้ให้ครับ

 

พี่โจ๋.jpg

 

 

…………………………………………………………..…

 

พี่อาร์ท P11

 

พี่อาร์ท P11.jpg

 

………………………………………………………….

 
 

พี่โจ้ P11

 

พี่โจ้ P11.jpg

 

…………………………………………………………

  

พี่นก P11

พี่นก P11.jpg

 

…………………………………………………………..………

 

พี่เอ P11

 

พี่เอ P11.jpg

 

…………………………………………………………..…………

 

พี่ต้อม P12

 

พี่ต้อม 12.jpg

 

…………………………………………………………..……

 

  C13   น้องซานิ

 

ครอบครัวน้องซานิ

 

ขอบคุณพี่ๆๆและทีมงานที่มอบความสุขความกล้าที่เด็กๆๆส่วนใหญ่แทบจะไม่เคยไม่ทำและร่วมกิจกรรมถึงจะเป็นเวลาอันสั้นแต่ในเป็นความทรงจำที่ดีและมีแรงกระตุ้นให้น้องๆๆ ทุกคนมีกำลังใจสู้เพื่อก้าวต่อ  ขอให้มีกิจกรรมนี้ต่อนะ  

 
 

…………………………………………………………..…….

 
 
 
 

พี่จิงโจ้ P13

 

 

ตอนแรกแอบกลัวว่าตัวเองจะปีนไม่ไหว แต่พอเช้าวันปีนเขาเห็นน้องๆ กำลังเตรียมตัว สีหน้ามีความสุขตื่นเต้นว่าจะได้ปีนเขา  ความรู้สึกเราเปลี่ยนทันทีเลยค่ะกำลังใจมาเต็มมาก คิดในใจเลยว่ายังไงก็จะต้องพาน้องไปถึงยอดให้ได้ พอเริ่มปีนเขาน้องซานิทำให้เราเซอไพรซ์มากๆ เพราะน้องเดินเก่งมาก และสู้มากๆ คุยกับคุณแม่บอกว่าน้องเดินเก่งขึ้นจากปีที่แล้วด้วยยิ่งทำให้เราปลื้มมากๆ ตอนแรกเราไม่เข้าใจว่ากิจกรรมนี้ทำให้เราเปลี่ยนยังไง ตอนนี้เราคิดว่าเราได้เปลี่ยนความคิดที่มีต่อเด็กพิเศษ พวกเค้ามีศักยภาพ   พลังที่ออกมาจากตัวน้องๆเองกลับมาเติมเต็มพลังในใจเราให้ลืมความกลัว และเปลี่ยนความคิดเราเองจากเดิมโฟกัสแต่เรื่องของตัวเอง เรื่องงาน เรื่องความก้าวหน้าในชีวิต แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าอยากจะช่วยเหลือผู้อื่นมากขึ้น ช่วยน้องๆคนอื่นที่ไม่มีโอกาส ให้ได้รับโอกาสที่ดีแบบซานิและน้องๆ ctcalทุกคน  ขอบคุณกิจกรรมนี้ พี่ๆทีมงาน ครอบครัวน้องๆ และแม่ป่อง พ่อเดี่ยว ไข่มด พี่นุชา ปิ่งปิ๊ง และพี่แชมป์มากๆ ค่ะ สำหรับมิตรภาพที่ดีมากๆ

 
 

…………………………………………………………..……………

 
 

พี่นุชา   P13

 
 

ขอบคุณสำหรับกิจกรรมปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต 4 และกำลังใจดีๆจากน้องซานิและเด็กพิเศษทุกๆคน       ที่ทำให้คนที่มีร่างกายสมบูรณ์อย่างพี่เติมเต็มส่วนที่ขาดคือ "หัวใจที่แข็งแกร่ง" น้องทำให้พี่ได้รู้ว่าน้องๆเพียงแค่มีระบบการทำงานของร่างที่บกพร่อง แต่หัวใจของน้องสุดยอดมากๆ ทำให้ใครบางคนที่ร่างกายสมบูรณ์ยอมรับหัวจิตหัวใจของน้อง ขอบคุณครับขอบคุณจริงๆ ครับ สำหรับรอยยิ้มเหล่านั้นมันทำให้พี่มีกำลังใจขึ้นอีกเยอะสำหรับการใช้ชีวิต และขอให้น้องซานิเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กพิเศษอีกหลายๆคน จากการที่ปีที่แล้วน้องเดินได้ไม่เก่งแบบปีนี้ หวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดกับเด็กพิเศษอีกหลายๆคน ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดจากการพยายามอย่างเต็มที่แล้วเสมอ วันนี้พี่ได้ "จิตใจที่แข็งแกร่งในร่างกายที่สมบูรณ์" กลับมาแล้ว หวังว่าน้องซานิและเด็กพิเศษทุกๆคน ก็เช่นกัน ขอบคุณมิตรภาพจากจิตอาสา CTCAL4 ทุกๆ ท่านแล้วพบกันใหม่ครับ

 
 

…………………………………………………………..

 
 

พี่ไข่มด P13

 

ก่อนไปคิดว่าเราอยากเป็นส่วนหนึ่ง ในความสำเร็จครั้งนี้ร่วมกับน้องๆ พาไปด้วยกันด้วยแรงของพี่ๆที่ครบ 32  แต่...มันไม่ใช่แค่นั่นในสิ่งที่ได้รับมา น้องซานิตัวเล็กนิดเดียว แต่หัวใจของน้อง"ใหญ่มากกกอ่ะ"  ทำให้พี่อาสาคนนี้ หัวใจพองโตแบบไม่น่าเชื่อเลย ขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่และน้องซานิมากๆนะคะ ที่แบ่งปันความกล้าหาญและกำลังใจเผื่อแผ่ให้กับทุกคนรอบข้าง (ทั้งรอยยิ้ม-ทั้งคำพูด ที่มาจากใจของน้องซานิ มันสร้างกำลังใจให้พี่ๆ ได้สู้ต่อไปได้อีกไกลเลย) ^_^ ขอบคุณCTCAL#4 เพื่อน+ พี่ +น้อง  อาสาที่สรรสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น-- จากใจถึงใจ -- ถ้ามีโอกาส ไข่มดขอเป็นส่วนหนึ่ง ได้รับใช้น้องๆ อีกนะคะ^_^

 

…………………………………………………………..

 

C15 & C16  น้องแตงกวา น้องนนท์

 
 

ครอบครัวน้องแตงกวา

 

ครอบครัวน้องแตงกวา.jpg

 

 

พ่อแตงกวาคับผมขอขอบคุณโครงการและพีน้องอาสาและพีน้ำตาลทีดูแลครอบครัวผมเป็นอย่างดี ผมไม่เคยพาลุกผมไม่เคยได้ออกกิจกรรมสังคมแบบนี้หรอกคับแกข้อนข้างจะกลัวคนเจอคนเยอะไม่ได้ร้องให้คับ ขอบคุณมากคับทีให้โอกาสครอบครัวผม ผมเห็นลุกมีความสุขผมก็ดีใจแล้วคับ ถ้าผมไปกันเองคงไม่มีปัญญาพาลุกขึ้นไปบนยอดเข้าแน่คับ พี่จิ้นกับแม่น้องนนท์แกบอกให้ผมขึ้นไปพูด จริงๆ ผมอยากขึ้นไปพูดนะคับสาบาน แต่ผมกลัวว่าพูดได้ไม่กี่คำมันจะร้องให้คับ ขอบคุณและซาบซึ้งมากคับ

พ่อแตงกวาคับขอขอบคุณโครงการ และพีอาสาทุกท่านที และทีมงานทุกท่าน ทีให้โอกาส และทำให้ลูกสาวผมมีความสุขมากคับ

 
 

………………………………………………………….

 
 

ครอบครัวน้องนนท์

 

ขอขอบคุณ ที่ทำให้น้องนนท์ มีแต่รอยยิ้ม ตลอดการเดินทาง...แม่รู้ว่าพี่เหนื่อย....แต่เพื่อน้อง...พี่ทำได้...ขอบคุณมากคะ

งั้น....เราต้องให้โอกาสเด็กๆๆ ที่ยังไม่เคยไปก่อนดีกว่าคะ....เพราะโครงการดีๆๆแบบนี้...อยากให้น้องๆได้เข้าไปสัมผัส....เหมือนอย่างที่ครอบครัวน้องนนท์ ได้เข้าร่วมในครั้งนี้....นะคะ...ขอขอบคุณโครงการและทีมงานทุกคน..ร่วมถึงคณะพี่อาสา...ทุกท่าน...และอาหารอร่อยๆๆทุกมื้อ..ที่ทำให้เราได้มารู้จักกัน..โดยไม่มีอะไรมากั้น และขอขอบคุณพี่อาสา พี่ไอ มากคะ ที่พาน้องนนท์ สู้ยอดเขา โดนที่น้ำหนักน้องก็ใช่ว่าจะเบาๆๆ เกือบ 30โล โดยที่พี่เค้าเอาตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเลย..และที่สำคัญ...พี่ไอและน้องนนท์ ไม่มีคำว่า..หยุดพัก..ก้าวไปด้วยกัน

 
 

…………………………………………………………..……

 
 

พี่จิ้น P15

ครั้งนี้มาเข้าร่วมเป็นครั้งที่2ครับ จากครั้งก่อนสู่ครั้งนี้ ความรู้สึก...ก็มิได้เปลี่ยนไปเลย ยังรู้สึกดี รู้สึกเยี่ยมทุกครั้ง ที่เราได้สร้างรอยยิ้ม สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับน้องครอบครัวน้องๆได้มีแรงก้าวเดินไปพร้อมๆกัน ในสังคม

          น้องบางคน จากวันแรก ในแววตาเค้านั้น มีความกลัวคนแปลกหน้า ไม่กล้าคุยกับพี่ๆสักเท่าไรนัก แต่พวกเราเอาใจของเราเข้าไปให้ น้องเค้ารู้สึกได้ จากแววตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นแววตาแห่งความสุข รวมถึงครอบครัวพ่อ แม่ ยาย ของน้องนั้นสุขตามไปด้วย

           ครั้งนี้ไม่ได้แบกน้อง เพราะเราอยากแบ่งความรู้สึกที่เราเคยแบกน้องให้พี่อาสาคนอื่นๆได้สัมผัสบ้าง ว่าความสุข บนความลำบากนั้น เป็นอย่างไร หลังจากที่พาน้องสู่ยอดเขาแล้ว แววตาของน้องและครอบครัว ส่งความสุขแผ่ออกมาให้ถึงเรานั้นเป็นอย่างไร

            เราทำได้ เราก้าวผ่านได้ ความลำบาก อุปสรรคทางร่างกาย ปัญหา เราแค่เพียงคิด สมมติฐานขึ้นมาเอง ลองทำ ลองดู พลังอยู่ในตัวเรามากมาย เอาออกมาใช้

            สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณ ZMF ที่จุดกำเนิดโครงการดีๆนี้ขึ้นมา แล้วคุณน้ำตาลสุดสวย พลังมหาศาล ที่แสนเก่ง ใครได้เป็นแฟน โชคดีจริงๆ55 ขอบคุณทีมงาน เพื่อนพี่น้องอาสา และ ที่สำคัญ น้องๆและครอบครัว ที่เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ทุกๆคนครับ แล้วมีโอกาสคงได้พบกันใหม่นะครับ

…………………………………………………………..

 
 

พี่ไอซ์ P16

 

เมื่อน้องพร้อม พี่พร้อม เราก็ลุยยย !! และเราทำได้ !!

ความสำเร็จ รอยยิ้ม ความดีใจ ของน้องๆทุกคน ที่พี่ๆอาสาทุกคนได้เห็น ได้สัมผัส นอกจากจะสร้างพลังให้พี่ไปแล้ว สิ่งเหล่านั้นได้เติมพลัง สร้างพลัง สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับตัวน้องๆ ด้วยแน่นอน

ความสำเร็จของพี่ๆ ที่ได้ทำให้น้องได้เห็น ได้รู้สึก เหมือนตัวเองปีนเขาไปเอง ไม่สามารถที่จะเทียบเท่ากับความสำเร็จในใจของน้องๆแน่ๆ เพราะอะไรเหรอ? รอยยิ้มกับดวงตาแป๋วๆ มันสะท้อนเข้าไปในใจของน้องๆไง :) ที่เขาว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างหัวใจ มันใช่จริงๆนะ

น้องนนท์ที่พี่พาขึ้นเนินช้างศึก พี่ล่ะอยากจะเปลี่ยนชื่อเป็น 'นนท์ช้างศึก' เสียจริงๆ น้องทำให้พี่ไอซ์รู้ว่า บ่าของพี่ หลังของพี่ สามารถทำอะไรได้ยิ่งใหญ่กว่าแค่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย พี่สามารถทำให้น้องรู้สึกสนุก อยากตามทันเพื่อน พี่ก็สนุกไปด้วย บ้ายอไง เอาล่ะ พี่ได้จะเป็นช้างศึกให้น้องนนท์แล้ว พี่ก็พร้อมจะเป็นช้างศึกให้น้องๆผู้มีความลำบากในการเคลื่อนไหว หรือน้องๆผู้วิเศษของพี่ทุกๆคน ! #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต4 #ctcal4 #ctcal #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง #zymovementfoundation #zmf

 

…………………………………………………….

 
 

พี่อ้อ  P15

 

ทุกคนในทีมช่วยกัน แอบน้ำตาซึมไปก็หลายหน ไม่เคยมีโอกาสได้เป็นอาสาแบบนี่เลย ยินดีที่ได้รู้จักและพบทุกคนคะ สู้ๆๆนะคะน้องแตงกวาน้องนนท์

 

…………………………………………………….

 

พี่ปุ๊ก  P16

 

ขอบคุณทางทีมงาน ครอบครัวน้องนนท์ น้องเเตงกวา พี่ๆน้องๆทุกคนนะคะ สนุกเเละเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากครั้งนึ่งในชีวิตค่ะ

 
 

………………………………………………………

 
 
 
 

C17 & C18  น้องบอย น้องบีโต้

 
 
 

สมาชิกลุ่มบอย บีโต้_2086.jpg

 
 

………………………………………………………

 

C19 & C20  น้องใบไผ่ น้องปอร์เช่

ครอบครัวน้องปอร์เช่
 


พ่อแม่และน้องปอร์เช่ขอขอบคุณพี่น้ำตาลและพี่อาสาและซาย มูฟเม้นและลืมไม่ได้พี่อาสาC19.C20  พี่โจ้ พี่ยีนส์ พีั่ปุ้ม พี่ดิน ที่ช่วยน้องปอร์เช่ไปถึงยอดเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อและคิดไม่ถึงว่าน้องจะทำได้ เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตของน้องและครอบครัว ขอขอบคุณที่เห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของพี่ๆที่ให้กำลังใจ ของน้องๆตลอดระยะทางจนถึงจถดมุ่งหมายถึงความตั้งใจไว้และขอขอบคุณพี่โจ้ และพี่ยีนส์ที่ให้น้องขี่หลังและดูแลตลอดจนวันกลับ ทางขึ้นเขาทั้งแคบทั้งสูงทั้งชันทั้งเสี่ยง แต่พี่ก็ช่วยน้องปอร์เช่จนถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและพี่ปุ้มก็ช่วยดันและจุงเดินไปถึงยอดเขาได้อย่างไม่ย้อท้อและหมดเเรงแต่น้องอยากเดินมากโดยไม่ย้อท้อไปถึงให้ได้ ในที่สุดปอร์เช่ก็ทำได้อย่างไม่น่าเชื่อในที่สุด น้องปอร์เช่ก็ทำได้จริงๆๆถึงยอดเขา พิชิดเขา สู่จุดมุ่งหมาย โดยคำกล่าวว่า (ปอร์เช่ สุดคึก พิชิดยอดเขา) "จะไม่ลืมวันนี้เลยค่ะ ขอขอบคุณมากๆๆนะค่ะที่ทำให้มีวันนี้"
 
 

…………………………………………………………..………

 

ครอบครัวน้องใบไผ่

 



 


ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มายืนณ.จุดๆนี้ เนื่องด้วยสุขภาพและด้วยอายุ แต่ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ คุณวอลเตอร์ ลี พี่น้ำตาลพร้อมทีมงาน รวมถึงผู้สนับสนุน โครงการ CTCAL#4  และพี่อาสาทุกๆท่าน ซึ่งทำให้น้องใบไผ่ เด็กพิการทางสมองและการเคลื่อนไหว(CP) ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพโดยการปีนเขาที่มีความยากลำบากมากกว่าทางเดินปกติมากแต่ลูกสู้ ไม่ยอมแพ้ ทำให้พ่อและแม่ที่มีอายุแล้วเกิดมีพลังและกำลังใจในการสู้ สู้ ไปพร้อมกับลูกนะลูกนะ เราจะก้าวไปด้วยกันแม้ว่าหนทางนั้นจะลำบาก

#หนูจะแข็งแรง พ่อไม่ต้องห่วง

#ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต

 
 
 

ครอบครัวน้องใบไผ่.jpg

 
 
 

………………………………………………………

 

พี่ดิน  P19

 

พี่ดิน P19.jpg

ก่อนที่จะเข้ามาในโครงการนี้ เพื่อนในกลุ่มเห็นว่าเราทำงานจิตอาสา เลยอยากให้เราเข้ามาลองเปลี่ยนทัศนคติทางด้านความคิดกับคำว่าเปลี่ยนชีวิต สิ่งหนึ่งที่เราคิดเลย อันดับแรก "เราเปลี่ยนเพื่ออะไร" เพราะทุกวันนี้ เราก็ทำงานจิตอาสาอยู่แล้ว แล้วจะเปลี่ยนไปทำไมอีก แล้วจุดเปลี่ยนของงานนี้มันคืออะไร วันที่เพื่อนบอกขอชื่อเพื่อส่งไปให้กับทางโครงการ เรารู้สึกตั้งคำถามมาตลอดว่า คำว่า"เปลี่ยน" มันมีคำถามมาตลอดพร้อมๆไปกับความกลัว เพราะมันคือโครงการที่เราไม่เคยสัมผัส จนมาถึงวันปฐมนิเทศ ความกลัวและคำถามมันก็มีมากขึ้น มันจะเปลี่ยนได้จริงหรือ แล้ว เราจะทำได้จริงหรือ จนเมื่อวันที่เราเดินทาง ตลอดเส้นทาง ที่คดเคี้ยว หนทางที่แสนลำบาก น้องพิการที่มีจิตใจที่มุ่งมั่น และหนทางที่เราได้ร่วมเดินทางไปสำรวจในขณะที่ฝนตกปลอยๆ ก้อนกรวด โขดหิน เนินเขาที่สูงชัน ทุกๆ ก้าว มันทำให้เราคิดทุกๆ กิจกรรมมันทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่า ทุกๆ 300 ชีวิต  ครอบครัวน้องพิการ พี่ๆ ทีมงานและเพื่อนๆ จิตอาสา ย่างก้าวแต่ละก้าว หนทางและอุปสรรค ที่ไม่ได้โรยไว้เหมือนถนนคอนกรีต มันทำให้เรารู้แล้วว่า เมื่อทุกคนไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขา เมื่อเราขึ้นไปจนถึง จุดที่เป็นที่สูงสุดของเส้นชัย นั่นคือสิ่งที่สวยงามและความสุขที่เราได้รับ รอยยิ้มและหยาดเหงื่อ ของพี่ทีมงาน กลุ่มจิตอาสา และ รอยยิ้ม ของน้องพิการและครอบครัว ความสุขมันกลับเข้ามาแทนที่ ความเหนื่อยล้าที่มีอยู่มันหายไป จนทำให้เรารู้ถึงความสุขและรู้ว่า ความคิดของเรามี่เคยมีมันเปลี่ยนไปจริงๆ ชีวิตของเรานับจากวินาทีนี้มันเปลี่ยนไปจริงๆ มันทำให้เรารู้ว่า แม้มันจะมีอุปสรรคตลอดทุกเส้นทาง แต่ผลของมันจะสวยงามเสมอ ขอบคุณเพื่อนๆ จิตอาสา ทุกคน พี่ทีมงาน Zy movement พี่น้ำตาลคนสวย น้องใบไผ่ น้องปอร์เช่ และครอบครัวของน้องทั้งสอง นับจากวินาทีนี่ คำว่ามิตรภาพและความสุขที่แท้จริงจะยังคงอยู่ไปตราบชั่วนิรันดร์ และจะนึกถึงวันนี้ในทุกๆ แม้วันที่ท้อแท้ในการทำงาน #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต

 

………………………………………………………

 

พี่โจโจ้ P20

 

 

พี่โจโจ้ P19.jpg

พี่อาสาฯเปรียบสเหมือนเทียนเล่มหนึ่งที่ตั้งอยู่ ปีนเพื่อความสุขมิตรภาพที่จับต้องได้ บรรยากาศที่อบอุ่น จากพี่ๆสู่น้องอาสาฯจิตใจดีและสวยงาม 30 ชีวิตที่ต้องสู้กับแรงลม แรงฝน สภาพอากาศที่เลวร้าย เนินเขาช้างศึก ณ บ้านปิล็อก พี่อาสาพาน้องพิเศษ พิชิตหุบเขาที่สูงชัน หลายคนมองว่าเป็นเรื่องง่าย สำหรับพวกเขามันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นด้วยตา. หนึ่งก้าวพิชิตฝันบ้างเดินไม่ได้ขาดขาไปเพียงหนึ่ง บ้างเดินช้าเพราะด้วยมีเพียงสองมือ มิหนำซ้ำเดินด้วยเข่าที่ด้านทั้งสองขา หนึ่งเหรียญมีสองหน้า จะว่าไปเพียงอุ้มนั้นก็ถึง แต่อีกหนึ่งคือความอยากในตัวเอง พร้อมจะเดินก้าวขาอย่างผู้กล้า ผิดที่ตามันเกเดินไม่ไหว อีกทั้งเอวอ่อนไม่แข็งแรง มีแค่แขนสองข้างและหัวใจ ครั้งที่สี่ปีกกล้าขายังไหว พิชิตใกล้และไกล 800 เมตร น้องต้องเดินต้องไปอย่างใจเพรช เมื่อขาเจ็บพี่อาสาฯอุ้มน้องเดิน อุปสรรคใหญ่แค่ไหนพร้อมเผชิญ จะก้าวเดินให้จงได้ดั่งใจฝัน พี่อาสาอยู่ดูน้องไม่ห่างกัน นั่งนับใหม่รอวันในปีหน้า 365 หมั่นฝึกเปลี่ยนตัวเอง มิหวั่นเกรงสิ่งที่เป็นอยู่ในจิต ทั้งด้านความคิดและทัศนคติ เพิ่มอีกนิดคือจิตที่อาสาฯ อย่าละเลยหน้าที่คิดคะนอง มาเพื่อน้องนี่สิ สุขจริงๆ อีกหนึ่งปีข้างหน้าจะมีไหมไม่เป็นไร ความพยามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นครับ #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง #climbtochangealife 28/11/2559

 
 

…………………………………………………………..…………

 

พี่ปุ้ม P20

 

พี่ปุ้ม P20.jpg

เคยอยากไปเที่ยวในที่สักที่ แต่เวลาเราไม่ได้ไป …เรารู้สึกยังไง ?

คำถามแบบเดียวกัน น้องๆ พิการทางการเคลื่อนไหวแค่จะเดินปกติยังยากเลย แล้วนี่คือปีนเขาเลยนะ นี่คือโจทย์ของ Climb to Change a Life #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ภาพรอยยิ้ม หรือแววตามุ่งมั่นของเด็กๆ ทั้ง 30 คน มันทำให้เราพูดไม่ออก โดยเฉพาะน้องที่ได้รับผิดชอบ C19 น้องใบไผ่ และ C20 น้องปอร์เช่ ตั้งแต่เข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศ น้องตั้งใจและฝึกฝนเพื่อพัฒนาร่างกายของเค้าให้พร้อมกับการปีนเขา น้องอยากเดินเองทั้งๆ ที่สองขาของน้องไม่มีแรง ความรู้สึกนั้นมันบอกไม่ถูกจริงๆ จนกระทั่งพิชิตยอดเขาได้สำเร็จ 1 กม.จากพื้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กๆ อย่างพวกเขา หรือคนสมบูรณ์ก็ยังว่ายากเลย

 

ขอบคุณกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้ ที่ทำให้คนปกติอย่างเราได้รู้สึกว่า ชีวิตเรายังมีอะไรให้ทำอีกมาก

 

ขอบคุณพี่น้ำตาล NamTaan Palita ที่ได้ให้โอกาสเป็นส่วนหนึ่งของทีมพี่อาสาปีนี้ ขอบคุณทีมพี่อาสาอีก 100 ชีวิต ทีมงานทุกคนด้วยครับ

••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

#ClimbToChangeALife #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต #CTCAL4 #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง

 

………………………………………………………

 

พี่เอ P19

 

เอ P19.jpg

 

…………………………………………………………

 
 

พี่ดล P19

 

พี่ดล P19.jpg

 

…………………………………………………………..

 

พี่นัท P19

 

พี่นัท P19.jpg

 

 

…………………………………………………………..……….

C21 & C22 น้องฝ้าย น้องพรีม
 
 ครอบครัวน้องพรีม


ก่อนที่จะเริ่มปีนเขาก็แอบมีกังวลว่าด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมทั้งตัวของพ่อและน้องพรีมว่าจะสามารถทำได้รึไม่ แต่เมื่อได้เห็นเด็กๆอีก29ครอบครัวรวมถึงตัวน้องพรีมเล้วทำให้รับรู้ได้ว่าพวกเค้ามีความมุ่งมั่นเกินกว่าร่างกายของเค้า นั่นเป็นกำลังให้้ผมก้าวผ่านความกังวัลนั่นได้. ประกอบกับแรงกายแรงใจความช่วยเหลือเกื้อกูลจากทีมอาสาทุกท่านที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจกัน  ทั้งแบกขึ้นหลังสลับกับการเดินเองด้วยกำลังขาของน้องพรีมเองทำให้เค้าเห็นว่าร่างกายไม่ได้เป็นอุปสรรค... การได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของน้องพรีมที่จะทำให้เค้าอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ.. ต้องขอขอบคุณกิจกรรมCTCAL4 ที่ทำให้น้องพรีมได้ทำในสิ่งที่คงไม่มีโอกาสที่จะทำด้วยกำลังของพ่อเพียงคนเดียวได้ ขอบคุณคุณน้ำตาลที่ได้เลือกน้องพรีมเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ขอบคุณพี่อ๊อด คุณแบงค์ คุณเก่ง คุณกิ๊ฟท์ คุณน้ำผึ้ง คุณร่า ที่คอยดูแลตลอดระยะเวลาสองวันนี้ ขอบคุณครอบครัวน้องฝ้ายC21 ที่เป็นกำลังใจให้กันตลอดจนสามารถพิชิตเนินช้างศึกได้. ขอขอบคุณคุณออยและพี่คนขับVAN15 ที่เดินทางทั้งไปและกลับอย่างปลอดภัย ขอขอบคุณจากใจครับ...

ครอบครัวน้องฝ้าย

ปีนเพื่อเปลี่ยน.4 แม่กับน้องฝ้ายขอขอบคุณพี่น้ำตาลมากๆน๊ะคะที่ให้โอกาสน้องฝ้ายในวันคัดเลือก.  ถ้าวันนั้นพี่น้ำตาลบอกไม่ผ่าน น้องก็คงไม่มีวันนี้  ขอขอบคุณมูลนิธิ ซายมูฟเม้นท์ที่ได้จัดกิจกรรมดีๆและเป็นการเปิดโอกาสให้กับเด็กๆที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ได้มีประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น.  ขอบคุณประธานมูลนิธิ  คุณวอร์เตอร์ลี  ที่ท่านน่ารักและเป็นกันเองกับทุกๆคน. ขอบคุณพี่ๆทีมอาสาที่พาน้องขึ้นจนถึงยอดเขา. สำหรับความรู้สึกของแม่ มันเป็นวันมหัสจรรย์ที่สุดสำหรับน้องเลย.ตัวแม่เองก่อนปีนยังคิดเลยว่าด้วยความบกพร่องทางร่างกายน้องจะปีนไปถึงยอดเขาอย่างไร.. แต่ด้วยความมุ่งมั่นของพี่ๆทีมอาสาที่มีที่มีทั้งแรงกายและแรงใจที่ได้ทุ่มเทให้กับน้องจนข้ามผ่านอุปสรรคและความยากของขุนเขาไปได้.แม่ขอบคุณมากๆค่ะ.  จะเป็นประสบการณ์ที่แม่กับน้องฝ้ายจะไม่มีวันลืม   ขอบคุณพี่อ๊อด(ได้แผลเพราะน้องเลย)ขอบคุณพี่แบงค์ พี่ร่า พี่กิ๊บ พี่น้ำผึ้ง  พี่เก่ง  อย่าลืมน้องฝ้ายน๊ะคะ.

 
 

…………………………………………………………..…………

 
C23 & C24 น้องฮาร์ท น้องแพทตี้
 

ครอบครัวน้องฮาร์ท


ขอขอบคุณกิจกรรมดีๆที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ปืนเพื่อเปลียน มีคำถามเกิดขึ้นว่าเปลี่ยนอะไร คำถามวนอยู่ในหัว ตลอดเวลาก่อนไป จนมาถึงวันที่จะไปก็ได้พบกับคนอีกหลายครอบครัวรวมถึงตัวน้องๆที่จะปืนด้วยกัน พี่อาสา ก็ได้เห็นแววตา สีหน้า ของน้องแต่ละคน รวมถึงตัวน้องฮาร์ทเองด้วย ว่ามีความสุขขนาดไหน จนถึงเวลาที่ปืนขึ้นเขาจริงๆก็ได้เห็นความร่วมมือช่วยกันผลักดัน ตัวน้องอุ้มบ้างแบกขึ้นหลังบ้าง เดินบ้าง ทั้งเหนื่อยทั้งสนุกผ่านอุปสรรคต่างๆมากมาย ในสิ่งที่ไม่เคยทำโดยได้รับความความร่วมมือร่วมใจจากทุกคน ทำให้รู้ว่าเพื่อถึงยอดเขาแล้วมองลงมาข้างล่างได้เปลี่ยนจริงๆ เพราะน้องฮาร์ทจะได้รู้ว่าที่ผ่านมาอุปสรรคที่เจอมันเล็กน้อยมากปีนเขาครั้งเหนื่อยกว่ายากกว่ายังขึ้นมาได้แล้วจะได้นำอุปสรรคครั้งนี้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตโดยที่ไม่เกิดความย่อท้อต่อสิ่งใดและสามารถใช้เป็นแนวทางแก้ไขในวันข้างหน้าได้ ขอขอบคุณอีกครั้ง ขอบคุณโครงการดีๆขอบคุณพี่จิตอาสาขอบคุณทุกคนที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ครั้งหน้าจะมาอีกแน่นอนครับ
 
 

…………………………………………………………..……

 

พี่สไปซ์ P23

เสา-อาทิตที่ผ่านมา ผมใด้มีโอกาสเป็นครั้งที่2 ที่จะพาเด็กที่พิการทางร่างกายขึ้นสู่ยอดเขา เหมือนเดิมก้อเป็นอีกครั้งที่ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ครังนี้ผมได้น้องที่มีนํ้าหนักพอสมควร เเต่ผมไม่เป็นกังวลเลยสักนิด เพราะผมได้คุยกับน้องอยุตลอดเวลา น้องเป็นคนอารมดีมากร่าเริง น้องจะพยามจับมือผมตลอดเวลา เสมือนผมเป็น 1ในครอบครัว ผมรับรู้สึกได้ถึงความใว้เนื้อเชื่อไจจากน้อง เเต่ผมก้อไม่เเปลกไจเลยที่น้องเป็นคนอารมดี ไม่มีอาการเเสดงออกถึงความบกพร่องทางร่างกาย เพราะน้องมีครอบครัวที่เเสดงออกถึงความรักที่ชัดเจน ตลอดเวลาที่ผมเห็นครอบครัวน้องอยุ่ด้วยผมจะเห็นพ่อของน้อง คอยพยามจะเล่นมุขสร้างเสียงหัวเราะไห้ครอบครัวตลอดเวลา ก้อมีฮาบ้างไม่ฮาบ้าง😆 เเต่ผมก้อเห็นถึงความพยามที่จะทําไห้ครอบครัวมีความสุข คุณพ่อพูดเพราะมากพูดกับเเม่ก้อเพราะ ทําไห้ผมรู้สึกถึงความรักที่หนักเเน่นล้นมหาศาล เเผ่มาถึงตัวผม ผมรู้สึกอบอุ่นทุกครั้ง เเละก้อได้เเต่"อิจฉา"ที่อยากจะมีครอบครัวเเบบนี้บ้าง ความรู้สึกทั้งหมดที่ผมได้รับยิ่งทําไห้ผมไม่ลังเลเเละพร้อมมากๆ ที่จะพาน้องขึ้นสู้ยอดเขา  เช้าวันต่อมา ผมได้พูดคุยกับน้องตลอดเวลาจนกระทั้งเราเข้าสู่ปากทางขึ้น

ทางชันไม่ไช่น้อย ผมได้ถามน้องว่า พร้อมไหม น้องได้ตอบอย่างไม่ลังเล พร้อมมาก" ฮาทร์ รอเวลานี้มานานเเล้ว" ผมจึงใด้ถามต่อว่า น้องอยากลองเดินบ้างไหม น้องก้อตอบว่า "ฮาทร์ อยากลองเดินดูไม่ไหวก้อจะลอง" คําพูดทุกๆคําที่ออกจากปากน้องคนนี้ ยิ่งทําไห้ผมมีพลังขึ้นไปทุกที จนกระทั้ง เวลานั้นมาถึง น้องไห้ออกสตาทด้วยการเดิน ซึ่งน้องเดินด้วยความลําบากมาก เดินไปสักพัก คุณพ่อก้ออาสาเป็นไม้เเรกเเบกน้อง ผมก้อเดินตามประกบคอยดันตูด เราเดินไปสักพัก พ่อเริ่มมีอาการปวดหลังมากๆ เเต่พ่อก้อยังคงพยามจะเล่นมุขกลบเกลื่อน ไม่เเสดงลูกเห็น จนถึงพลัดผม เราก่อปีนกันไป เหนื่อยก้อสลับกับพ่อ กับพี่ทหาร ผมเห็นไบหน้าน้องยิ้มตลอดเวลา ถึงเเม้นบางช่วงบางตอนน้องก้อขอลองเดินเอง จนกระทังเราเข้าสู่ เเยกวัดใจ ก้อจะมีทางลาดที่พอไปง่ายหน่อย กับทางชัน ที่เรียกได้ว่าชันมาก ขาดีๆเเบบเราก้อหนักเอาการ  ผมหันไปพูดกับน้องว่า ยังไง จะอ้อมหรือจะลุย  น้องได้ตอบเเบบยิ้มเเย้มว่า "ลุยคับ" มาถึงขนาดนี่เเล้ว พอผมได้ยินคําพูดจากน้อง ร่างกายผมจากที่ปวดหลังมาก ล้ามาก เพียงคําสั้นๆของน้องก้อทําไห้ผมฮึดขึ้นมาทันที  ผมจะเเท็คมือกับน้องละก้อบอกน้องว่า ปะงั้นลุยกันเถอะ ผมกะพ่อของน้อง ก้อไม่รีรอ เราก้อช่วยกันเเบกน้องไส่หลังขึ้นไปจนถึงที่หมาย  พอถึงที่หมายผมเห็นครอบครัวน้องมีความสุขมากๆรวมถึงตัวน้องเอง ผมก้อดีใจเเอบมีนํ้าตาซึมเบาๆ 😅  ว่าสิ่งที่เราทํานั้นเล็กๆ มันเป็นของความสุขของเด็กตัวเล็กคนนึงที่ยกพร่องทางร่างกายเเละก่อครอบครัว  ผมเห็นพ่อรีบพาน้องไปนั้งดูภูเขาที่สวยงาม จากที่เราปีนขึ้นมา

ทุกอย่างอาจดูเหมือนเป็นเวลาอันสั้น เเต่สิ่งที่ผมได้รับจากตัวน้องเเละครอบครัว มันเติมเต็มสิ่งที่ผมก้อไม่มี สิ่งที่ผมอาจจะตามหามันหรือป่าวผมบอกตรงๆว่าผมก้อไม่รู้  

ต้องขอบคุณนักสู้ตัวน้อยๆของผม ที่ ชื่อ "น้อง ฮาร์ท"❤ที่สร้างเเรงบันลดาลใจอันยิ่งไหญ่ไห้กับผม   

เเละนี้ก้อคือเหตุผลเดียวที่ผมมา

"ผมตั้งใจมาเสพสิ่งที่เรียกว่าความสุข" ❤❤❤❤❤

ขอบคุณพี่ NamTaan Palita เเละโครงการ ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต Climb to change a life  พบกันใหม่ปีหน้า ขอบคุณครับ

 

…………………………………………………………..……

 

พี่บี P23

 

 
เช้าวันที่26.11.16สับสนและทำตัวไม่ถูกการที่ต้องมาเป็นจิตอาสาแต่ก้อตั้งใจและไม่ได้มีใครบังคับ ภาพแรกที่คิดคือภาพของตัวเองและเพื่อนๆในบริษัทเดียวกันทำกิจกรรมด้วยกัน
 

ภาพที่สองที่ได้คือทุกคนในกลุ่มที่ไม่รู้จักกันปล่อยวาง นิสัยส่วนตัว หน้าที่การงานยศตำแหน่ง มาอยู่รวมกันเหมือนพี่ เพื่อน และน้องช่วยเหลือกันแชร์ความรู้สึกกันรับฟังกัน

 

ภาพที่สามที่ได้คือภาพระหว่างการเดินทางมีการแบ่งปัน ความพยายาม ความอดทน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะจนทำให้เกิดภาพของทุกคนที่มารวมตัวกันบนเขาช้างศึกจากฝันก้อกลายเป็นมากกว่าฝันถึงร่างกายของน้องๆจะไม่สมบูรณ์แต่หัวใจที่สมบูรณ์แบบจะทำให้น้องๆมีก้าวต่อต่อไปที่มั่นคงค่ะ

 

ขอบคุนค่ะกิจกรรมดีๆขอบคุนครอบครัวของน้องๆขอบคุนพี่ๆทีมงานที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยถ้านี่เป็นความฝัน2วันนี้เป็นความฝันที่ดีต่อใจม๊ากมากค่ะ

  

…………………………………………………………..…………

 
C25 & C26 น้องมาย น้องมิ้น

 

 

100449.jpg

 

 

ครอบครัวน้องมายมิ้น

 

ครอบครัวมายมิ้น.jpg

ครอบครัวน้องมิ้น้องมายจะไม่ลืมมิตรไหม่ของเราเลยคะและคงมีโอกาสได้เจอกันอีกนะคะเวลา 2วันกับ1 คืน แต่แม่และน้องมีความรู้สึกผูกพันกับพี่มากนี้คือความรู้สึกของน้องๆ แต่แม่เป็นคนพิมให้คะ

  

…………………………………………………………..………

 

พี่มดดำ P25

 

ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต#4

กิจกรรมครั้งนี้สอนให้รู้ว่า…

1.การไว้เนื้อเชื่อใจ ไว้วางใจ

เป็นเรื่องที่สร้างกันไม่ได้ง่ายๆ แต่คุณพ่อคุณแม่และน้องๆทั้งสองคนก็เชื่อมั่นในตัวพวกเรา ยอมให้เราดูแลน้องๆ มันทำให้เราต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่คุณพ่อคุณแม่เชื่อใจเรา เป็นการสอนให้เรามีความรับผิดชอบ เกิดความภาคภูมิใจ เป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวเราเอง

2.ความรักของพ่อแม่ยิ่งใหญ่ที่สุดเสมอ

ทีมของเรามีน้อง 2 คน มีพี่อาสา 4 คน มีคุณพ่อคุณแม่และน้องส้ม แถมในวันปีนเขายังมีพี่หญิงและครอบครัว เรียกได้ว่ามีคนที่ร่างกายสมบูรณ์ถึง 12 คน ถามว่าเหนื่อยมั้ย ต้องยอมรับจริงๆค่ะว่าเหนื่อย 2 วันกะ 1 คืนเรายังเหนื่อยขนาดนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ที่ดูแลน้องๆมา 8 ปีจะเหนื่อยขนาดไหน ขอชื่นชมจริงๆว่าคุณพ่อคุณแม่เก่งมากๆเลยค่ะ

3.อุปสรรคและปัญหา

ในชีวิตของคนเรานั้นมีมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือหัวใจ เพียงแค่เราไม่ยอมแพ้ตามหาคุณค่าและเป้าหมายของชีวิตให้เจอ ก็เหมือนกับการปีนเขาในครั้งนี้ นอกจากเป้าหมายแล้วอีกสิ่งที่สำคัญก็คือเพื่อนร่วมทาง เพื่อนที่ค่อยให้กำลังใจ อยู่เคียงข้าง ยื่นมือเข้ามาในเวลาที่เราลำบาก ชี้นำทางให้เราไปในทิศทางที่ถูกต้อง เป็นรอยยิ้มของกันและกัน อุปสรรคและปัญหายิ่งมากมาย ก็เหมือนดั่งบททดสอบที่มีค่าและน่าจดจำ

4.การร่วมตัวของคนดี พูดดี คิดดี ทำดี กับโครงการดีๆ

ถามว่าถ้าไม่มีกิจกรรมนี้เราก็ไปเนินช้างศึกได้ ซึ่งวิธีการก็คงจะเป็นนั่งรถเปิดแอร์เดินนิดหน่อยถ่ายรูปสวยๆแล้วก็จบไป แต่เพราะโครงการนี้ทำให้เราจดจำทุกๆเวลาทุกๆวินาทีว่ามันมีความหมายมากมายขนาดไหน ทั้งมิตรภาพ ทั้งความรัก ทั้งความสุข อิ่มท้องเดี๋ยวเดียวก็หิว แต่อิ่มใจจะอิ่มทุกครั้งที่นึกถึง...ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณทุกช่วงเวลาดีๆที่เกิดขึ้น ขอบคุณ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ

 
 
 

…………………………………………………………..………………

 

พี่สตางค์ P25

 

เมื่อวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 59 ได้มีโอกาสไปสร้างความสุข เป็นโอกาสที่ได้พาน้องๆที่พิการทางการเคลื่อนไหว ไปพิชิตเนินช้างศึก จากโครงการของมูลนิธิ #Zymovement #ซึ่งก่อนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมนี้เคยติดตามข้อมูลมาจากเพื่อนอีกที Chitpong Few Wuttanan#ขอบคุณที่แนะนำโครงการดีๆตอนแรกที่มีคำถามก่อนเข้าร่วม โครงการนี้ ปีนเพื่อ? ก็นึกถึงเหตุผลตอนนั้นทันทีเลย เรามาปีนเพื่ออะไร มาทำไมตั้งไกล ความคิดถึงรอยยิ้มของเด็กๆผุดขึ้นมาในใจและเสียงหัวเราะของน้องๆ ที่เขาอยากเห็นทิวทัศน์สวยๆเหมือนที่เราได้เห็น ซึ่งเป็นรอยยิ้มจากความรู้สึกที่บริสุทธิ์ จากความภาคภูมิใจที่น้องทำได้ จากความสามารถของร่างกายถึงแม้จะไม่ได้ปกติเหมือนเด็กคนอื่น แต่จิตใจเกินร้อย เป็นเป้าหมายที่ตั้งใจไว้จนวันสุดท้ายของกิจกรรมคำถามที่เกิดขึ้น ได้รับอะไรจากโครงการนี้? อยากบอกว่าไม่สามารถอธิบายออกมาให้เห็นภาพ เพราะทุกสิ่งที่เกิด มันมาจากจิตใจ ฉันทำได้ น้องทำได้ ซึ่งเป็นอย่างที่คุณ Walter Lee ประธานมูลนิธิกล่าวไว้ "ถึงแม้ร่างกายพิการ แต่จิตใจเราต้องไม่พิการ" มันเกิดขึ้นจริง หัวใจที่แน่วแน่ทำได้ ไม่ว่าทางจะยากลำบากเพียงใดขอให้ใจเราสู้ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี วันที่ปีนเขาฝนทั้งตก ทางก็ลื่น สลับชัน แต่น้องพยายามเดินเพื่อพิสูจน์ใจตนเอง คำพูดที่ออกมาจากใจ "หนูจะเดินขึ้นทางตรงค่ะ" หัวใจของพี่อาสาและคุณพ่อคุณแม่น้องทั้งภูมิใจและตื่นเต้น จนหัวใจแทบออกมาจากอก เพราะเราตกลงแล้วว่าจะให้เป็นการตัดสินใจของเด็กน้อย มันเป็นความสุขที่เราได้นำพารอยยิ้มและหัวใจดวงน้อยๆ ของน้องๆพองโตอย่างภาคภูมิใจ ถึงแม้เส้นทางเดินจะยากและสูงชันแต่น้องเลือกที่จะไปด้วยขาตนเอง เพราะกำลังใจจากครอบครัว และพี่อาสาที่ส่งให้ และโอกาสดีๆที่เข้ามา ขอบคุณทางมูลนิธิที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสความสุขใจและรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะจากน้องๆ ขอให้มีโครงการแบบนี้ตลอดไป #Zymovementfoundation #CTCAL4 #หนูจะแข็งแรงพ่อไม่ต้องห่วง #ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต4 #เราจะพาความสุขและโอกาสให้น้องได้มีรอยยิ้มตลอดไป.
 
 

…………………………………………………………..……………

 
 

C27 & C28 น้องมิคกี้ น้องแมมมอส

 
 

ครอบครัวน้องมิคกี้

 

สวัสดีครับสมาชิกCTCAL#4 ทุกท่าน

ครอบครัวน้องมิคกี้ (C.27 ) รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมากในการ เข้าร่วมกิจกรรม ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิตในครั้งนี้  บรรยากาศตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง อบอุ่นใจ ระหว่างทางก็ประทับใจ แม้เส้นทางจะคดเคี้ยวและไกล แต่ทำไมไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ครับความรู้สึกแบบนี้สำหรับครอบครัวที่มีเด็กพิเศษอยู่ในความดูแลแล้ว บอกเลยวิเศษมากครับ คำว่า"ด้อยโอกาส"มันถูกทำลายลงไปเมื่อพวกเราได้รับโอกาส  ความคิดผมเปลี่นไปครับตั้งแต่เห็นรอยยิ้ม ของคุณน้ำตาลและทีมงานฯ รวมทั้งพี่ๆอาสาทุกคน โดยเฉพาะทีม C.27-28 ต้องใช้พลังมากเป็นพิเศษเลย แต่ดูแววตา และเห็นความมุ่งมั่นของทุกคนแล้ว ความกังวน ความระแวง และเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ว่า...พวกเราไม่ได้ถูกลืมไว้ข้างหลังหรอก เพียงแต่หลายๆครอบครัวยังไม่กล้าพอที่จะออกมาต่อสู้ และเพิ่มโอกาสให้กับน้องๆ ..สำหรับน้องมิคกี้แล้วจะไม่ละที้งโอกาสดีๆแบบนี้อย่างแน่นอน ครับและยินดีให้ความร่วมมือเสมอ ท้ายสุดขอขอบคุณ มูนิธิซายมูฟเม้นนำโดยคุณวอเตอร์ลี คณะกรรมการ ผู้บริหาร  พี่อาสา ผู้สนับสนุนโครงการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทุกท่านโชคดีมีความสุขทุกๆเวลานาที นะครับ   น้องมิคกี้

 
 

ครอบครัวน้องมิตกี้.jpg

 

 

…………………………………………………………..……

 

ครอบครัวน้องแมมมอส

 

ครอบครัวแมมมอส.jpg

   
 

…………………………………………………………..………

 

พี่ชาย P27

 


CTCAL ชื่อนี้ จริงๆรู้จักมาตั้งแต่ครั้งแรก แต่ก็ยังไม่เคยได้เข้าร่วมอย่างจริงจัง พึ่งเคยได้เข้ามาร่วมแบบเต็มตัวก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

ตอนที่น้ำตาลให้เขียนกระดาษรูปหัวใจว่าปีนทำไม คิดแค่ว่า ปีนเพื่อปีน ก็แค่นั้นก่อนปีนได้ขึ้นไปสำรวจทางขึ้นช่วงเช้าซึ่งฝนตก ก็กังวลพอสมควรนะว่าน้องๆจะไหวหรอ เพราะแค่เราเดินยังเหนื่อย แล้วน้องๆเป็นเด็กพิเศษจะขึ้นได้หรอ นี่คือสิ่งที่คิด หรืออคติที่เรามีอยู่ในใจ

แต่เมื่อถึงเวลาที่น้องๆ จะต้องปีนขึ้นไปจริงๆ เราได้เห็นสีหน้าที่มีความมุ่งมั่นของน้องๆเด็กพิเศษ ทำให้เรารู้สึกว่าน้องๆก็น่าจะปีนได้แหละแต่พ่อแม่คงเลือกทางที่อ้อมหน่อย เพื่อไม่ให้น้องๆได้รับอันตราย แต่สุดท้ายทั้ง 30 ครอบครัวไม่มีใครเลือกทางอ้อมเลย เพราะพวกเค้าไว้ใจพวกเราเหล่าอาสาที่มากันในงานนี้ เมื่อถึงยอดเขา เราได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของน้องๆ เด็กพิเศษทุกคน มันทำให้เรารู้ว่า ขนาดน้องๆ มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ ยังไม่หมดความหวัง แล้วเราหล่ะ มีครบสมบูรณ์ทุกอย่าง จะย่อท้อต่ออุปสรรค ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้อย่างไร

ขอขอบคุณโครงการนี้ที่ทำให้เราได้แง่คิดที่ดี และสามารถเปลี่ยนทัศนคติที่เรามีต่อน้องๆเด็กพิเศษ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม และมิตรภาพที่เราได้จากงานนี้จะเปลี่ยนเป็นพลังให้เราสู้ต่อไป

Mr.NagginG

 

 

…………………………………………………………..……

 

พี่ดิษฐ์ P27

 

พี่กิษฐ์ P27.jpg


หนึ่งอาทิตย์.ผ่าน..แต่รอยยิ้มในทางที่ย่างก้าวร่วมทางปีนเขากับน้องๆยังไม่เคยจาง.ยามนึกถึง และเป็นยอดเขาแห่งหลากวัฒนธรรม กับธรรมชาติอันสวยงามและมีประโยชน์อัตโนมัติ..โอโซน ไอฝนจากดิน ธารน้ำ  กลิ่นแมกไม้ป่า  จะเป็นพลังกลับให้น้องๆได้สัมผัสและสุนทรีย์สู่ภายในจิตใจ.สะสมไว้สู่ชีวาแห่งชีวิต ..ในวันต่อๆไปครับ.เชื่อหลายคนก็คงได้เก็บเกี่ยวสิ่งนั้นๆเหมือนกัน...ท้ายนี้ขอขอบคุณ มูลนิธิซายมูฟเม้น คุณน้ำตาลและทีมงานทุกๆคน ชาวบ้านปิล๊อก พี่ๆตชด.135 และน้องๆกับครอบครัว  เวลา กำลังแห่งใจกาย และธรรมชาติผู้ให้ตลอดกาลครับ..มีโอกาสคงได้จอยกันอีกนะครับ.ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกๆสิ่งนะครับ......ดิษฐ์
…………………………………………………………..…

 

C29 & C30  น้องมิกซ์กี้  น้องหลุย

 

พี่บอย  P30

 

 

ขอบคุณโครงการดีๆ

ขอบคุณทุกๆคนมากๆครับ

มันอธิบายออกมาไม่ได้

มันตื้นตันอยู่ข้างใน

ในจนผมได้แต่ "ยิ้ม"

ในทุกๆครั้งที่ผมคิดถึง

 

ขอเป็นกำลังใจให้กับน้องๆที่มีหัวใจที่แข็งแกร่งทุกๆคน และครอบครัวน้องๆตลอดๆไปครับ

 

ขอบคุณพี่ๆจิตอาสาทุกดวง

ขอบคุณพลังงานดีๆที่ได้จากโครงการนี้

 

ขอให้ทุกคนสู้ๆต่อไปครับ เพราะชีวิตต้องไปต่อ

 

#แบ่งปันโลกน่าอยู่

 
 

…………………………………………………………..………

  

พี่ปู ทีมงานอาสา

 



สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ร่วมเนื่องจากสมาชิกครบแล้ว ก็เลยมีความตั้งใจว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้ให้ได้จึงติดตามข่าวสารทางเพจมาตลอด พอมาครั้งนี้ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต4 เค้าเปิดรับทีมงานอาสา ก็ตัดสินใจสมัครโดยไม่ลังเล ตามเรื่องเพื่อที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ให้ได้ ด้วยความกลัวชื่อตกหล่นไปก็ติดต่อทางมูลนิธิใน FB ตลอดหลังจากนั้นเมื่อได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในทีมงาน แม้ว่าจะเป็นส่วนเล็กๆ ในทีมงานและโครงการนี้ แต่นี่คือความภูมิใจที่ได้ทำ เพราะเราได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่การเริ่มต้นจนจบ ทำให้เราสัมผัสความรู้สึกถึงการเป็นผู้ให้อย่างแท้จริงคืออะไร คำว่า "อาสา" มันก็คืออาสาแปลตรงตัวยังไงมันก็คืออาสา จบโครงการนี้แล้วทำให้รู้ว่า การเป็นอาสามันไม่ยากนะแต่จะมีสักกี่คนที่ยอมเสียสละเวลา แรง กำลังมาทำงานด้านนี้ โครงการนี้ทำให้รู้ว่า รอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงๆของน้องๆ ทำให้พี่ที่เป็นคนปกติแบบนี้มีความสุขมากแค่ไหน นี่แหละนะที่เค้าเรียกว่ากำไรชีวิต การที่เราทำให้คนรอบตัวมีความสุขได้ มันเป็นความรู้สึกที่เยี่ยมมากเลยสินะ ขอบคุณ ตัวเองที่กล้าตัดสินใจร่วมโครงการนี้ และขอบคุณ Zy Movement นะค่ะที่ให้โอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานขอบคุณที่ทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดี เจอคนที่ดี เรื่องราวที่ดี และร่วมงานกับทีมงานที่ดี จากคนไม่รู้จักกลายมาเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง คำว่า "โอกาส" ยังคงเป็นสิ่งสำคัญเสมอสำหรับผู้รับและเราทุกคนก็มีสิทธิ์ที่เป็นได้ทั้งผู้รับและผู้ให้ ดังนั้นเรามาเปิดโอกาสตัวเองทำอาสากันต่อไปนะค่ะ #ปีนเพื่อเปลี่ยน4 #จิตอาสา #งานฟรีแต่ได้ความสุข #งานอาสา #ทีมงานอาสา ไม่มีคำไหนเหมาะสมเท่ากับ คำว่า "ขอบคุณค่ะ" โลกมันยังกว้างแต่เราก็มีคนข้างๆที่ช่วยดูแลกันและกัน ขอบคุณทุกคนนะค่ะที่ทำให้รู้ว่าคนใจดีมีอีกมากมายบนโลกใบนี้ 😍 แล้วพบกันโอกาสต่อไปนะค่ะ // faripuza

cr.ตุ๋งติ๋ง yayee photo

  

…………………………………………………………..……

  

คุณวอลเตอร์ ลี


Good morning All.

THANK YOU ALL FOR GETTING INVOLVED TO HELP "INSPIRE" AND "EMPOWER" ONE ANOTHER! 😊😊😊

The 4th Thai and 8th Global "CLIMB TO CHANGE A LIFE" (CTCAL) took place in Neon Chang Suek, E-Tong Village, Kanjanaburi at the Thai-Burmese border, organized by Zy Movement Foundation, over the weekend. 30 children with movement disabilities, their families and volunteers from around the country with some overseas participants, amounting to a little over 200 people, supported by the Thai Border Army, local villagers,  generous sponsors, again achieved a 100% success summit. The "Making A Mark" event was having all the participants lined up in a "9" Thai character signifying the late King Rama IX and singing the national anthem as a tribute to the recent passing of the beloved monarch. The event was covered by 2 National TV stations with aerial footage. Participants were also treated to an international cuisine dinner, graciously prepared by the chefs of one of the top culinary schools in Thailand, The V School, who drove 6 hours to the site to just prepare this one meal, and left again early the next morning. The energy level from the children and volunteers was phenomenal and the post-event sharing was inspiring. Chef Kani is hopeful to see some champions emerging from the participants of this event to start organizing CTCAL events in their respective hometowns after they return home. Feeling awed at the human spirit.
 

Thanks for all the support and hope we have some champions for next year organizing your own CTCALs too.

 

And sorry for cannot writing in Thai.

 

Have a great weekend.

 

Chef Kani and Zy

Good morning All.

 

ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมที่ช่วยจุดประกายและให้กำลังใจกันและกัน

 

ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต พิชิตเนินช้างศึกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ในประเทศไทยและครั้งที่ 8 ทั่วโลก

 

ซึ่งประสบความสำเร็จ 100% อีกครั้ง โดยได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ (ดูลิสต์ในอีกข้อความนึงนะคะ เดี๋ยวพี่น้ำตาลแปะให้)

 

กิจกรรม Making a Mark ปีนี้ของเราพิเศษที่สุด ตรงที่เราทุกคนได้ร่วมกันแปรอักษรเป็นเลข ๙ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

ครั้งนี้เราได้รายการโทรทัศน์ 2 ช่องมาร่วมบันทึกความสำเร็จกับเราคือรายการคนมันส์พันธุ์อาสา ทางช่อง 9 และรายการ ทางช่อง 5 (หากได้วันออกอากาศจะแจ้งทราบอีกครั้ง)

 

ทั้งนี้ขอบคุณ The V School ที่ขนทีมงานทุกคนขับรถ 6 ชั่วโมง เพื่อเตรียมอาหารมื้อพิเศษให้คน 200 คนได้ทานร่วมกัน (แถมยังมอบเงินบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการอีกด้วย)

 

พลังของเด็กๆ ครอบครัว และอาสาสมัครในครั้งนี้มันยิ่งใหญ่มากๆ ทุกๆโพสต์ ทุกๆควาทรู้สึกที่ทุกคนแสดงออกมานั้น สร้างความประทับใจอย่างที่สุด

 

Chef Kani (คุณวอลเตอร์ ลี) หวังว่าจะเห็นก้าวต่อไปของปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ที่จะเกิดผู้จัดงานนี้อย่างแพร่หลาย ขยายไปทั่วประเทศ โดยเฉพรฝาะอย่ายิ่ง ทุกๆจังหวัดบ้านเกิดของผู้ร่วมโครงการทุกคน อยากให้ทุกคนได้เห็น และแสดงพลังของความรักเพื่อนมนุษย์ออกมา

 

ขอบคุณทุกการสนับสนุนที่ดีตลอดมาจากทุกๆ ท่าน

 

และขออภัยที่พิมพ์ภาษาไทยเองไม่ได้นะครับ

 

ขอให้มีความสุขกับวันหยุดยาวนี้

 

Chef Kani (คุณวอลเตอร์) และ น้องซาย

 

----------------------------------------------------------------------------------

CTCAL#3 พิชิตเขาเทวดา 21-22 พฤศจิกายน 2558
#Don't Climb Alone

I want to say…..

 

SHARING SESSION (Knowleadge Management)

 

การบ้านครอบครัวแบม+เบณ

เมื่อบอกว่าจะพาไปปีนเขา พี่แบมและบิ๊กเบณดูตื่นเต้นและอยากไปมาก เจ้าบิ๊กเบณคงไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ รู้แค่ว่าปีนเขาคือขึ้นไปข้างบนสูงๆ เหมือนขึ้นบันไดบ้าน ส่วนแบมแบมคำถามแรกที่ถามคือ ”หนูจะทำได้เหรอแม่” แม่บอกว่า”ก็ไม่รู้สินะ(เพราะไม่แน่ใจจริงๆ) แต่ถ้าหนูพยายาม ก็น่าจะทำได้ ตอนนั้นพี่แบมเพิ่งผ่าตัดกระดูกสันหลังคดมาได้แค่2เดือนกว่าๆ แผลยาวตั้งแต่ต้นคอไปเกือบถึงก้นกก และต้องทำกายภาพเพิ่มเพราะกล้ามเนื้อยึดและตึงมากตัวงอเป็นกุ้ง เดินได้แป๊บๆก็เหนื่อย แม่บอกว่าลูกต้องตั้งใจและพยายามฝึกกายภาพเพราะมีเวลาแค่เดือนกว่าๆ ต้องทำร่างกายให้แข็งแรงถ้าอยากปีนขึ้นไปบนยอดเขาได้ ซึ่งพี่แบมก็พยายามและอดทนมากๆ ร้องไห้อยู่3วัน เพราะเจ็บและตึงไปทั้งตัว จากตัวงอๆก็เริ่มตรงขึ้น จากเดินเดี๋ยวเดียวเหนื่อยก็เริ่มเดินได้นานขึ้น เวลาพี่แบมงอแงไม่ยอมทำ แม่ก็จะเตือนว่า เรามีภาระกิจพิชิตยอดเขารออยู่นะ พี่แบมก็จะเลิกงอแงและฝึกต่อ จนผ่านไป1เดือน เริ่มฝึกเดินขึ้นลงบันได จาก2รอบ 3รอบ จนเป็น7รอบ เมื่อถึงวันที่ต้องปีนเขาจริงๆ แม่ไปกับกลุ่มพี่อาสาที่แบกบิ๊กเบณ พี่แบมเดินตามมากับพ่อและพี่อาสาที่เป็นผู้หญิง3คน แค่จากจุดปล่อยตัวมาถึงตีนเขาก็เหนื่อยสุดๆ แม่เริ่มคิดว่าพี่แบมคงไปไม่ถึงยอดเขาแน่ ก็เริ่มทำใจ แต่ลึกๆก็แอบลุ้น ขอให้พี่แบมทำได้ทีเถอะ


แล้วฉากดราม่าก็เกิดขึ้น เมื่อแม่เห็นพี่แบมเดินผ่านองค์พระเข้ามาพร้อมกับพ่อและพี่ๆอาสาซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้าย  น้ำตาแม่ไหลออกมา  ภาพที่ลูกพยายามฝึกอย่างแข็งขัน ทั้งเหนื่อย ทั้งเจ็บ ทั้งร้องไห้ มันผ่านเข้ามาให้เห็น แม่อุ้มน้องวิ่งเข้าไปกอดพี่แบม สิ่งแรกที่พูดกับลูกคือบอกลูกว่า
”ลูกทำได้แล้วนะ” แล้วเราก็กอดกันร้องไห้
ตอนหลัง พ่อเล่าให้ฟังว่า พี่อาสาใจดีและใจเย็นกับน้องมากๆ ทั้งปลอบทั้งจูงทั้งนวด และให้กำลังใจ โดยมีพ่อคอยผลักดันประคองอยู่ข้างๆตลอดทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่ขึ้นไปถึงยอดเขาได้เกิดจากการที่พี่แบมตัดสินใจและเลือกที่จะทำให้ได้ พ่อบอกสิ่งได้จากการไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้คือ
1.เห็นความเมตตาใจดีจากพี่อาสา ที่มีให้ลูกเราทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน (ตั้งแต่กลับมาพ่อใจดีและใจเย็นกับลูกขึ้นเยอะเลย)
2.แม้เราอาจจะโชคดี มีคนคอยช่วยและให้กำลังใจมากแค่ไหน แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ลงมือทำ
ก็อยากจะขอบคุณพี่อาสาทุกคน ที่มาช่วยลูกๆของพวกเราทุกครอบครัวด้วยใจจริงๆและด้วยความจริงใจ
ขอบคุณพี่เนยพี่แพทพี่หยกที่พูดปลอบโยนให้กำลังใจและจูงมือน้องไม่ปล่อยเลย ขอบคุณพี่ซีที่นวดให้น้องตลอดทาง ขอบคุณพี่เป้พี่ฟิวส์พี่ไปซ์ที่แบกน้องอย่างแข็งขัน กับวิดีโอและข้อความสุดซึ้งแห่งปี
ขอบคุณพ่อที่ไม่ทิ้งให้เราอยู่ลำพัง
และขอบคุณมูลนิธิ zy movement ที่หยิบยื่นโอกาสดีๆเช่นนี้ให้เรา
และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่อุทยานที่ช่วยแบกพี่แบมช่วงขาลงที่เดินเองไม่ไหวแล้ว
นี่คือของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยได้รับมา
ขอบคุณค่ะ….

เกี่ยวกับแบมแบม และบิ๊กเบณ

 

[TBC]


 

การบ้านพี่ๆอาสาทีมแบม+เบณ

สไปซ ทีมน้องบิ้กเบน https://www.youtube.com/watch?v=92ncAt4-uvA&app=desktop
ของผมตอนเหนคนเเชรกันไนเฟสบุคเข้าไปอ่านก้อสนไจขึ้นมาทันที จิงๆเเล้วผมไม่เคยออกค่ายอาสาเลยสักครั้งไนชีวิต ทําได้ดีที่สุดเเค่สอนน้องๆเต้นที่บ้านลูกรัก(เด็กกําพร้า)ที่จังหวัดขอนเเก่น คือผมเป็นคนไม่ค่อยคิดไรมาก ผมเเค่มีความคิดเเค่อย่างเดียวคือตัวผมเองยังมีความรู้สึกที่จะอยากเหนยอดเขานั้นๆเลยว่ามันเป็นยังไง ผมเลยเอาความรู้สึกตัวเองเป็นที่ตั้ง ว่า น้องก้อคงมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะฉนั้นผมจึงตั้งไจมาเป็นเพียงเเค่เเขนเเละขาไหัน้องเเค่นั้น โดยที่ไม่คิดเลยว่าจะเจอไรเพราะผมก้อเป็นคนไม่ค่อยสนเท่าไร่เจตณาผมมีเเค่นั้น เเต่พอมาได้ทํากิจกรรมจิงๆ ก้อเหนน้องทั้งคนพี่ เเบมๆ เเละ บิ้กเบน ผมก้อไม่ค่อยกล้าคุยกะน้องเท่าไร่รวมถึงพี่ๆอาสาไนทีม จนได้นั้งกระบะด้วยกันทุกอย่างก้อเริ่มจากตรงนั้นได้สร้างมิตรไปตามการกระเด้งจะทางอันเเสนสนุก เริ่มมีการพูดคุยยิ้มหัวเราะกันจนถึงจุดที่ต้องปีนเราก้อสบายๆ ไครอยากสะพายน้องก่อนก้อลุย จนเราเริ่มเดินทางจากจุดเเรกไปเรื่อย ผมเป็นไม้2 จําไม่ได้ว่าระยะที่ทําไปเท่าไหร่ เพราะผมก้อคุยกะน้องยิ้มไปหัวเราะไป ก้อไม่คิดอะไร่มาก เเต่ก้บอกตามตรงว่าไม่ไช่งานง่ายๆ หลังเเทบขาดเหมือนกัน ระหว่างทางผมก้อได้เห็นคุณเเม่ป้อนนํ้าไห้น้อง ผมก้อไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่ เเต่ไนวินาทีต่อมาทุกอย่างเเทบเปลี่ยนความรู้สึกผม น้องดึงขวดนํ้ามาป้อนเเม่ทั้งๆที่น้องเองดื่มพอหรือยังก้อไม่รู้ ละน้องก้อเอามือมาเช็ดเหงื่อไห้คุณเเม่ซึ้งภาพเหล่านี้ผมไม่คิดว่าจะได้เห็น ผมได้เพียงเเต่คิดไนไจว่า "ไช่หรอเนี่ยนี่คือน้องที่ร่างกายไม่สมบูณทําเเบบนี้หรอเนี่ยเราเองสมบูณดีเเข้งเเรงทุกอย่างเเตีกลับไม่เคยคิดจะทําไรเเบบนี้เลย ผมรู้เพียงเเค่ว่า น้องบิ้กเบนนี่จิตไจไม่ไช่ธรรมดาน้องมีความคิดความรู้สึกเเละน้องทําเลย ทําไห้รู้สึกได้ถึงการเลี้ยงดูของพ่อเเม่ที่มอบความรักไห้น้องเเบบล้นฟ้า"  หลังจากเราพากันถึงยอดเเล้ว น้องก้อยังคงความอารมดียิ้มตลอด คุนเเม่ก้อรอน้องเเบมๆถอดไจเเล้วคิดว่ากลับลงไปกะคุณพ่อเเล้ว เเต่ปล่าวเลย ไม่นานเกินรอน้องเเบมๆคนพี่ก้อมาถึง พอมาถึงปับ *น้องบิ้กเบนก้อกอดพี่สาวพี่สาวก้อกอดน้องร้องไห้ พ่อเเม่ก้อมากอดกันตัวกลม พากันร้องไห้ ผมเลย.....เห้ย นี่ขนาดนี้เลยอ่อ พลังของครอบครัวนี้นี่มันขนาดนี้เลยอ่อ ทําไมผมไม่เคยมีความรู้สึกเเบบนี้เลย ไม่คิดว่าขาเล็กๆของผมก้าวสั้นๆเล็กๆของผม จะกลายเป็นมีส่วนร่วมกะความสุขของครอบครัวนี้อย่างมหาศาล  ซึ่งทีเเรกผมไม่คิดอะไรเลยไม่คิดจะหวังว่าจะได้อะไรจากโครงการนี้เลย กลับกลายเป็นผมนี่ละได้เต็มๆได้มากกว่าที่คิด จนต้องย้อนดูตัวเองว่าเราเเม้งทําไรอยูวะ สมเเล้วที่โครงการ ปีนเพื่อเปลี่ยนเเปลงชีวิต ผมก้อไม่รู้ว่าหลังจากนี้ครอบครัวน้องจะเปลี่ยนเเปลงไปไนทางไหน เเต่ครอบครัวนี้จะอยุในใจผมไปตลอด ความรู้สึกที่ผมไม่สารมารถบรรยายได้ทั้งหมด ทุกๆอย่างจะไม่เกิดขึ้นถ้าผมไม่คิดจะมาเห็นด้วยตาของตัวเอง  ตอนนี้ปีนไม่ได้เพื่อเปลี่ยนไคร  เปลี่ยนผมเองที่เเหละ  <3  
--------------------------------------------------------
~~ซีทีมน้องแบมแบม~~
จากการเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้
สิ่งที่ได้รับคือทั้งความรู้และความเข้าใจในน้องๆที่มีความแตกต่าง
เข้าใจผู้ปกครองและการใช้ชีวิตของน้องๆมากขึ้น
ได้มองเห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ต้องการ"การต่อยอด"
ในด้านการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองของเด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม
เป็นกิจกรรมที่ทำให้น้องๆ มีความมั่นใจในตัวเอง หลายๆ อย่างที่คนทั่วไปและตัวน้องๆ เอง อาจจะคิดว่าทำไม่ได้ แต่จริงๆ แล้ว ด้วยแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง รวมทั้งความตั้งใจของน้องๆ เอง ก็ทำให้สำเร็จได้ ไม่ใช่แค่การปีนเขา แต่เป็นนัย
ที่มีความหมายเกี่ยวเนื่องในทุกๆ ด้านของชีวิต
ในการใช้ชีวิตต่อไปในภายภาคหน้า น้องๆ จะต้องพบเจอคนหลากหลายและแตกต่าง ทั้งดีและไม่ดี
ความรักที่น้องได้รับจากกิจกรรมนี้
จะเป็นหนึ่งในภูมิต้านทานที่ดีของน้องๆ
ได้รู้ซึ้งถึงความรักและเข้าใจคำที่ว่า
"ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง พ่อแม่ก็รักและดูแลให้ดีที่สุด"
ในระหว่างกิจกรรม พี่ๆ อาสาในกลุ่มและพ่อแม่น้อง
ได้ช่วยกัน ผลักดัน ทั้งๆ ที่น้องถอดใจหลายรอบ แต่ก็กัดฟันไปถึงยอดเขาจนได้ ถึงจะเป็นลำดับสุดท้ายแต่ก็
ทำให้ได้เรียนรู้ว่า
บางเรื่องในชีวิต ไม่ต้องเป็นที่1 หรอก
แค่ทำให้สำเร็จก็พอ ทำตามเป้าหมายของเราเอง ไม่ต้องไปทำเพื่อชนะใคร
ทำให้ตัวเราเองและคนที่รักเรามีความสุขก็พอ
ถึงน้องจะแข็งแรงน้อยกว่า ไปช้ากว่า มีข้อจำกัดในบางด้านของร่างกาย แต่แบมแบมเองก็ไปถึงเหมือนคนอื่นๆ อยู่ดี
ขอบคุณกิจกรรมดีๆ ทั้งทางมูลนิธิ เจ้าหน้าที่ สปอนเซอร์และอาสาทุกๆ ท่านที่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้
เวลาแค่สองวันแต่สามารถเปลี่ยนแปลงและผลักดันให้น้องๆ กล้าที่จะฝัน
และสิ่งที่สำคัญคือ กล้าที่จะเชื่อว่าตัวเองทำตามความฝันได้

พี่ฟิวส์ ทีมบิ๊กเบณ http://myifew.com/2623/dont-climb-alone/

ผมคอยถามตัวเองอยู่เสมอถึงการปีนเขา แม้คำตอบที่ผมตอบตัวเองจะยังเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ "ความรู้สึกของวันนี้" วันที่ผมต้องแบกน้องคนหนึ่งขึ้นสู่ยอดเขาเทวดา
Author : Chitpong Wuttanan

--------------------------------------------------------

การบ้านครอบครัวโชกุน

พี่ไว ทีมน้องโชกุนครับ

การ ...”ก้าว”...เดินหรือเคลื่อนไหวอย่างอิสระตามที่ใจเราต้องการคงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเราทุกคนทั่วไปที่พบเห็นได้ในสังคม แต่อีกหนึ่งมุมของความจริงใกล้ตัวเราก็คือยังมีคนอีกกลุ่มที่มีความผิดปกติทางด้านร่างกายทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างใจนึกเฉกเช่นเดียวกับเรา เราอาจเรียกเขาว่า ผู้พิการ ผู้บกพร่อง ผู้มีความผิดปกติ ฯลฯ แต่ผมกลับมองว่า เขาคือ “ผู้มหัศจรรย์” หลายครั้งที่ผมพบเห็นพวกเขาเหล่านั้น ผมทึ่งในความสามารถในการใช้ชีวิตของพวกเขา บางคนสายตามองไม่เห็นแต่กลับเดินทางไปนู้นไปนี่ได้อย่างคล่องแคล่วเช่นเดียวกันเรา แถมยังสามารถจดจำน้ำเสียงของทุกคนที่เคยร่วมสนทนาได้อย่างแม่นยำ บางคนไม่สามารถเดินได้แต่กลับสร้างสรรค์งานศิลปะหรือผลงานอื่นๆ ที่ผมเองก็ไม่สามารถทำได้ สิ่งหนึ่งที่ผมนับถือพวกเขาคือ “ใจ” พลังใจของพวกเขาน่าทึ่งมาก บางครั้งที่ผมรู้สึกท้อ หมดหวัง ผมเคยนึกถึงพวกเขา มันทำให้ผมมีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไป

สิ่ง...”เล็กๆ”...ที่เราอาจหยิบยื่นให้กับพวกเขาได้อาจเป็นการช่วยพาเดินข้ามถนน อุดหนุนสิ่งของที่พวกเขาทำขึ้น แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป เพราะเราจะพากลุ่มเด็กๆ ที่เป็นผู้มหัศจรรย์ด้านการเคลื่อนไหวไปปีนเขา ใช่ครับ!! ได้ยินไม่ผิด “ปีนเขา” ครั้งแรกที่ได้ยินโครงการนี้ มันฉุดความคิดหลายๆ อย่างขึ้นมา ( เฮ้ย!! มันจะเป็นไปได้เหรอ มันจะขึ้นกันไหวเหรอ ขนาดแค่ตัวเราเองยังลำบาก กิจกรรมนี้เค้าทำมาเพื่ออะไร เด็กๆ จะงอแงหรือเปล่า จะดิ้นไหม จะร้องไหม เด็กๆ กลุ่มนี้มาจากไหน มูลนิธิ?? ถูกทอดทิ้งหรือเปล่า ใครเป็นคนจัดกิจกรรมนี้ขึ้น ฯลฯ) ผมเฝ้ารอให้ถึงวันกำหนดการเดินทาง และแล้ว 21 พฤศจิกายน 2558 ก็มาถึง ....วันเริ่มต้นแห่งการเดินทาง

สถาน...”ที่”...ที่เราจะมุ่งหน้าไปนั่นก็คือ ยอดเขาเทวดา อุทยานแห่งชาติพุเตย ซึ่งถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี ทุกคนดูมีความพร้อมมาก มาตามกำหนดเวลาเป๊ะ!! เราใช้เวลากว่าครึ่งวันในการเดินทางไปยังจุด start เพื่อเริ่มต้นกิจกรรมปีนเขา แต่เหนือสิ่งอื่นใดระยะเวลาระหว่างทางมันมีค่ามากกว่าการนั่งรถไปเรื่อยๆ เพื่อให้ถึงจุดหมาย ขณะที่เรานั่งอยู่บนรถกระบะแยกเป็นกลุ่มๆ ตามครอบครัวของน้องๆ คนแปลกหน้าได้มาเจอกัน เหล่าพี่ๆ อาสาต่างคนต่างที่มา ทุกคนบนรถได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติต่อกัน ได้คุยกับน้องๆ ผู้มหัศจรรย์ ได้เล่น ได้หยอก ได้เหย้า กันไปตลอดทาง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ปรากฏขึ้นตลอดทาง สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้คือ กลุ่มคนอาสาทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกัน หัวใจที่ยอมเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อสังคม หัวใจที่กล้าเปลี่ยนตัวเองเพื่อสังคม หัวใจที่พร้อมรับใช้สังคม หัวใจที่ทำเพื่อผู้อื่นมากกว่าประโยชน์ส่วนตน บางคนทำกิจกรรมด้านอาสาอยู่แล้ว ออกค่ายอาสา แจกสิ่งของเครื่องนุ่งห่มตามพื้นที่ห่างไกล เป็นครูอาสาช่วยสอนเด็กในสลัม ฯลฯ แต่กิจกรรมปืนเขาแบบนี้ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับคนส่วนใหญ่ ....หลังจากนั่งรถมานานก็ถึงเสียที จุด start เพื่อพิชิตยอดเขาเทวดา

ยิ่งเดินทำไมเหมือน...”ยิ่ง”...ไกล 555 นี่แหละการปีนเขา ความลาดชัน อากาศที่ค่อนข้างร้อน แสงแดดที่แผดเผาลงมาเวลายามบ่าย มันคืออุปสรรคที่เราต้องก้าวผ่านไปให้สำเร็จ หลังจากแบ่งกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มทยอยปล่อยตัวสู่การปีนเขาในครั้งนี้ เราผลัดกันช่วยแบกน้อง ตอนแรกๆ เป็นทางลาด เดินกันสบายหน่อย แต่พอเริ่มทางชันเท่านั้นแหละ หึหึ ความเร็วก็เริ่มตกลง ผมยอมรับเลยว่าเหนื่อย (คือเอาจริงก็ไม่ได้ฟิตร่างกายอะไรมาเลย ทำงานเลิกดึกก็กลับบ้านนอน 555) แต่สุดท้ายเราก็พาน้องๆ ไปถึงจุดหมายได้สำเร็จ เย่!! ระหว่างทาง บ้างพัก บ้างเหนื่อย บ้างลื่น บ้างเซ แต่ทุกคนก็คอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจระหว่างทาง หลายคนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ทุกคนคอยช่วยเหลือซึ่งและกัน เป็นภาพที่ผมชอบมาก น้องๆ ผู้มหัศจรรย์น่ารัก ไม่งอแง ไม่ดิ้น ไม่ดื้อเลย (อาจจะมีบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมน่ารักมาก) ผมได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ รอยยิ้มของเหล่าพ่อแม่ รอยยิ้มของทุกคนในโครงการ มันเป็นภาพแห่งความสนุก ทุกคนไม่ได้แสดงออกถึงความเหน็ดเหนื่อย ความย่อท้อ หรือความกังวลใดๆ ในแววตาทุกคนมีแต่ความมุ่งมั่นที่จะพิชิตยอดเขาให้สำเร็จ ถึงเหงื่อจะท่วมกาย ถึงขาอ่อนแรง แต่ใจยังสู้ สุดท้ายเราก็ถึงเป้าหมาย

ความประทับใจสุดยิ่ง...”ใหญ่”...น้ำตาแห่งความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คราบเหงื่อ เมื่อไปถึงยอดเขา ภาพทุกภาพที่ผ่านสายตา ทุกความรู้สึก ณ ขณะนั้น มันเป็นคำตอบที่ชัดเจนของกิจกรรมในครั้งนี้ ทุกครอบครัวกอดกัน หอมแก้มกัน ส่งผ่านความรักให้แก่กัน เข้าใจเลยว่าพ่อแม่ทุกคนเหนื่อยยากมากแค่ไหนในการเลี้ยงลูกๆ ให้เติบโต ยิ่งเป็นน้องๆ ผู้มหัศจรรย์เหล่านี้ พ่อแม่ยิ่งต้องเอาใจใส่ ผมนับถือในจิตใจของทุกครอบครัวจริงๆ พ่อแม่ทุกคนหัวใจแข็งแกร่ง ” ใจเพชรมาก” เป็นเพชรที่ส่องประกายความแวววาวไปสู่ลูกๆ ให้อบอุ่นในความรักที่มีให้กัน

......ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ สำหรับกลุ่มผม กลุ่มน้องโชกุน เราผลัดกันแบกน้องมาตลอดทาง แต่ 100 เมตรสุดท้าย น้องโชกุนขอเดินเองภายใต้การช่วยพยุงของพี่ๆ อาสา ความรู้สึกผม ณ ตอนนั้น มันตื้นตันมาก น้องพยายามเดิน เดินไปจนถึงยอดเขา เดินไปหาอ้อมกอดของคุณแม่ที่วิ่งเข้ามาหา น้องไม่ได้บ่นอะไรเลย น้องเก่งมาก น้องค่อยๆ ก้าว ค่อยๆ ก้าว มันคือก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ผมเชื่อว่ามันจะเป็นกำลังใจเล็กๆ ให้น้องโชกุนรู้สึกว่าเค้าเองก็สามารถเดินได้เหมือนคนปกติทั่วไป เค้าไม่ได้แปลกแตกต่างจากคนอื่นเลย แต่ที่เหนือกว่าคนอื่นแน่ๆ คือ ใจ ใจที่สู้ ไม่สิ้นหวัง ใจที่เพียรพยายาม ผมหวังว่าสักวันหนึ่งน้องโชกุนต้องเดินได้เอง ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ

แม้จะเป็นกิจกรรมเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่ผมเชื่อว่ามันจะก่อให้เกิดจุดประกายความคิดเล็กๆ ในใจหลายๆ คนที่จะร่วมกันสร้างร่วมกันแชร์กิจกรรมดีๆ แบบนี้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและถาวร เพียงหนึ่งก้าวเล็กๆ ในวันนี้ที่เราได้ริเริ่มมันจะเป็นก้าวย่างที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคตของน้องๆ ทุกๆ คน ผมขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวต่อไปอย่างมีความสุข

ช่วงเวลาสั้นๆ แต่แสนล้านคำบรรยาย......ความรู้สึก ความประทับใจของกิจกรรมนี้ จะถ่ายทอดถักทอร้อยเรียงเป็นคำพูดได้มากกว่าหมื่นแสนล้านคำ มันรู้สึก อิ่ม>>>ที่ได้เห็นความรักความเอาใจใส่ของแต่ละครอบครัว อบอุ่น>>>ไปกับน้ำใจไมตรีของกลุ่มคนอาสา เปี่ยมสุข>>>กับรอยยิ้มเสียงหัวเราะความร่าเริงน่ารักสดใสของน้องๆ ผู้มหัศจรรย์ นับถือ>>>สำหรับผู้ริเริ่มและสร้างสรรค์สานต่อให้กิจกรรมแบบนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

และสุดท้ายมันคือ +++ความสุข+++ สุขจากการให้ แต่ได้รับยิ่งกว่า สำหรับผู้หนึ่งในกลุ่มคนอาสา ผมคิดเสมอว่าเวลาเราไปทำกิจกรรมอาสาใดๆ ก็ตาม ความคิดแรกเหมือนเราเป็นผู้ให้ นำสิ่งของไปให้ ไปสร้างกิจกรรม ไปสร้างสิ่งต่างๆ ที่ขาดแคลน แต่ความรู้สึกสุดท้าย เราคือผู้รับ รับความรู้สึกดีๆ รับประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ศึกษาวิถีของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แลกเปลี่ยนความคิด ได้ความประทับใจ ได้เพื่อน ได้ครอบครัว ได้มิตรภาพ และสุดท้าย ได้ความสุข กลับมาทุกครั้ง ความสุขที่แสนจะเรียบง่าย ความสุขที่ไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ ความสุขจากการให้และรับซึ่งกันและกัน
ปล. ขอขอบคุณ Zy Movement Foundation ที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ให้ผมได้มีโอกาสใช้ 2 วัน 1 คืนในช่วงเวลา 20,000 กว่าวันบนโลกของผมอย่างไม่ไร้ค่าและสูญเปล่า
--------------------------------------------------------

ขอส่งการบ้านบ้างครับ พี่จิ้น C16 & 18 (น้องโชกุนน้องซานิ)

-ความรู้สึกเริ่มแรก ที่ได้มาร่วมครั้งนี้รู้สึกเฉยๆครับ พอได้มาเซอร์เวย์ ในครั้งที่1 จากการชวนเข้ามาเข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้จากคุณน้ำตาล(แฟน&ภรรยา ณ ตอนนี้55) รู้สึกว่า การปีนเขาลูกนี้จิ๊บๆ เพราะเราเคยลำบากกว่านี้ ขณะนั้นขั้นบรรไดก็ยังไม่มี ลื่นมาก ชันด้วย แต่เราได้มองย้อนกลับไปยังกลุ่มน้องๆ ซึ่งมีปัญหาในการเคลื่อนไหว โอ้โห...มันไม่ธรรมดาแน่นอน และไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เราคิด(จุดเปลี่ยนในครั้งที่1 เริ่มมองไปถึงคนอื่นรอบตัว)
-อีกครั้ง ในการเข้ามา Test run รู้สึกตื่นเต้น ที่ได้ลองของจริง ขณะนั้น ชาวบ้านได้ทำขั้นบันไดไว้ให้แล้ว ตอนแบกน้องไปโอ้โห....เป็นไปตามคาด เอาเรื่องเลยครับ แต่มันทำให้เราคิดเปลี่ยนแปลงไปมาก เห็นพ่อแม่ของน้องบิ๊ก และ คุณแม่คุณพ่อน้องซันซัน ต้องชมเลยครับว่าสุดยอด หัวใจเพชรครับ ผมได้เห็นพลังของคนเป็นพ่อเป็นแม่ นี้มันยิ่งใหญ่เหลือเกิน
-ครั้งสุดท้าย คือของจริงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มันได้ความรู้สึกครบ พ่อแม่ น้อง เพื่อนพี่อาสา มันซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก ผมว่าความรู้สึกนี้เกิดกับทุกๆคนแน่นอน สิ่งที่ได้ มันมากกว่าที่คาดไว้เยอะมาก ทั้งมิตรภาพ ความสนุก แง่คิด มองโลกมุมบวก การอยู่ร่วมกันในสังคมโดยไม่แบ่งแยก และการสอนเด็ก(ในครอบครัวคุณทอป คุณนุ้ย) ให้รู้จักการเสียสละการให้ ช่วยเหลือสังคม และอีกมากมาย เพราะระหว่าทาง สิ่งดีๆเกิดขึ้นตลอดเวลา หากใช้ใจเข้าไปสัมผัส
*** "โครงการดีๆความรู้สึกดีๆแบบนี้ ไม่มีขาย แต่ถ้าหากคุณต้องการจะซื้อ คุณต้องใช้ใจในการซื้อเท่านั้นเอง"
--------------------------------------------------------

การบ้านครอบครัวน้องซันซันค่ะ

เมื่อพูดถึงกิจกรรมการปีนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต ความรู้สึกตื่นเต้น ตื้นตัน ภาพรอยยิ้ม เสียงเชียร์ และอีกหลายสิ่งมันประดังประเดเข้ามาในหัวจนไม่รู้จะเรียบเรียงและอธิบายออกมาอย่างไรดี

ในฐานะคณะผู้จัดงาน พวกเราพยายามคิดทุกแง่มุม ไม่เฉพาะเรื่องการจัดเตรียมสถานที่ การปีนเขา การเดินทาง การจัดพี่อาสาให้กับน้องอย่างเหมาะสม จุดแวะพักเข้าห้องน้ำ เราคิดแม้กระทั่งการพักผ่อนเตรียมตัวก่อนเดินทาง หรือแม้กระทั่งการรับมือกับภาวะที่น้องหรือครอบครัวหรือพี่อาสาไม่สามารถพิชิตยอดเขาเทวดาได้

จริงๆ แล้ว การปีนเขาเป็นเพียงแค่ภาพจำลองที่เป็นรูปธรรมของสิ่งที่มูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ พยายามทำมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่ล้วนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานกับมูลนิธิฯ วิสัยทัศน์ของท่านประธานมูลนิธิ ฯ คุณวอลเตอร์ ลี ช่างดูยิ่งใหญ่และดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเราไม่ได้หวังว่าจะรับเงินบริจาคมาเพื่อส่งต่อให้แก่เด็กคนใดคนหนึ่ง แต่เราหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทัศนคติ วิธีปฏิบัติ การปรับแนวทางการรักษา และการที่สังคมเปิดโอกาสให้เด็กๆ เหล่านี้มีที่ยืนอย่างสง่าผ่าเผยในสังคม คุณวอลเตอร์พูดเสมอว่า "เราต้องสอนคนให้ตกปลา ไม่ใช่มีหน้าที่หาปลาให้ทุกคน" ทุกอย่างดูซับซ้อนและเข้าใจยากในสายตาคนทั่วไป แต่วันนี้ กิจกรรมนี้ได้อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างในตัวของมันเอง เป็นรูปธรรมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ การที่เราได้เห็นแววตาอันมุ่งมั่นและเป็นประกายของน้องๆ แววตาแห่งความภาคภูมิใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง และแววตาแห่งความเอื้ออาทรของพี่อาสาทุกคน ตลอดจนเจ้าหน้าที่อุทยานทุกท่าน ทำให้คณะทำงานทุกคนรู้สึกตื้นตันและดีใจอย่างบอกไม่ถูก พลังแห่งความรักและพลังใจของทุกคนยิ่งใหญ่จริงๆ

และในฐานะแม่ของน้องซันซัน ล้วนเชื่อมั่นในตัวลูกเสมอ และพยายามส่งเสริมให้น้องได้ลองได้ทำในทุกสิ่ง ด้วยความเชื่อที่ว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้คือสิ่งที่เราไม่ได้ทำ ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมสำรวจเส้นทาง ล้วนก็พาซันซันมาลองปีนร่วมกับคณะ โดยเอาซันซันเป็นตัวตั้ง คิดง่ายๆ แค่ว่าถ้าซันซันทำได้ ทุกคนก็คงทำได้ ในครั้งนั้นซันซันเดินเองสลับกับให้พ่อแม่และพี่อาสาอุ้มในสัดส่วนครึ่งๆ แต่ด้วยสภาพพื้นที่แฉะ ทางที่ชัน และความไม่พร้อมของอุปกรณ์ ทำให้เราต้องใช้แรงและกำลังเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ถ้าไม่ได้แรงเชียร์และแรงเสริมจากน้องน้ำตาล น้องเปิ้ล น้องมด และทีมบุกเบิกตลอดเส้นทาง และจากลุงหมูที่อาสามาช่วยในระยะ 200 เมตรสุดท้าย คงจอดกันแค่ตรงนั้น แต่ด้วยแรงและพลังจากทุกคน เราก็สามารถขึ้นไปพิชิตยอดเขาเทวดาและชื่นชมบรรยากาศบนนั้นอย่างภาคภูมิใจ

ซันซันและซีซันตื่นเต้นมาก ถามตลอดว่าเมื่อไหร่เราจะได้ไปปีนเขากันอีก วันที่หยิบเสื้อสีน้ำเงินที่มีสัญลักษณ์ภูเขา พร้อมกับตัวหนังสือ CTCAL ออกมาซักมาแขวนเตรียมไว้ เด็กๆ รู้เลยว่าจะได้ไปแน่ๆ แล้วก็ไม่เป็นอันหลับอันนอน จนถึงวันงานจริง ซันซันเห็นผู้คนมากันเยอะแยะ ซันซันจำได้และรู้ว่าเคยปีนที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เลยขอปีนเอง พี่ๆ อาสาก็อยากมาช่วย แต่สาวน้อยก็ยังมุ่งมั่นที่จะเดินเอง แม้จะเป็นเพียงก้าวเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมั่นคง แต่มันเป็นก้าวย่างที่ก้าวต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่มีท้อ ล้วนเลยเชื่อมั่นว่าลูกต้องทำสำเร็จ ถึงแม้ว่าซันซันจะไม่ได้ยินเสียงเชียร์เสียงให้กำลังใจที่ทุกคนส่งให้ ไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นด้วยคำพูดได้ แต่ซันซันสามารถรับรู้ได้ด้วยแววตาและการกระทำ  

ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณที่ซันซันได้เกิดมาเป็นลูกแม่   ทำให้ล้วนได้มีโอกาสร่วมงานกับมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ ได้สัมผัสอีกด้านที่สวยงามของสังคม

ขอบคุณครอบครัวและสามีที่คอยอยู่เคียงข้างกัน จับมือกันและเป็นกำลังใจให้กันเสมอ

ขอบคุณคุณวอลเตอร์ ลี และกรรมการทุกท่านที่ให้โอกาส และช่วยเหลือกันมาตลอด

ขอบคุณคุณน้ำตาลและคณะทำงานทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจให้งานในวันนี้เกิดขึ้นและสำเร็จลุล่วงไปดิวยดี

ขอบคุณพ่อแม่ผู้ปกครองที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ทำในสิ่งที่ท้าทาย และคอยประคับประคองกันให้ถึงจุดมุ่งหมาย

ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจและเป็นพลังใจให้พวกเราทุกคน

ขอบคุณพี่ๆ และน้องๆ อาสาทุกคนสำหรับเวลา มิตรภาพและความเอื้ออาทรที่มีให้กันตลอด

ขอบคุณโอกาสที่ทำให้เราได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้พบกัน และได้ใช้เวลาร่วมกัน

ขอบคุณจากใจจริง

--------------------------------------------------------

พี่ออม ทีมน้องซันซันครับ

บอกเลยว่าไม่ได้อุ้มน้องซันซันเลย เพราะน้องเก่งมาก น้องอยากเดินเอง
แล้วก็จะให้แต่คุณพ่อคุณแม่อุ้ม...55  แต่ผมนับถือหัวใจของคุณพ่อคุณแม่น้องซันมากครับ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกๆพิชิตยอดเขาได้สำเร็จ  ขอชื่มชมจากใจครับ
 ส่วนตัวผมเองก็ไปดูแลน้องครีม น้องเก่งมาก เดินขึ้น-ลงเขา โดยไม่ต้องให้อุ้มเลย ตาก็หลับเท้าก็เดิน55  น้องค่อยๆไต่ไปทีละก้าวๆไปกับคุณน้า สองคนน้าหลานเก่งมากๆๆ
   สิ่งที่ประทับใจผมมากที่สุดคือ ขณะที่ขึ้นเขา ช่วงที่น้องซันซันเดินจะมีน้องมิจดูแลอยู่ไม่ห่าง ระหว่างนั้นป๋าวอลเตอร์ เดินมาและพร้อมเอามือแตะไปที่บ่าน้องมิจและบอกว่า This is ..how to sharing & giving
คำพูดของพ่อที่เข้มแข็ง ส่งผ่านไปยังลูกๆ คำนี้ ผมอยากให้ ส่งผ่านไปถึงทุกๆคน
 การที่เราจะแบ่งปันความรู้สึกดีๆ ไม่ใช่แค่ในครอบครัว ไม่ใช่แค่ในสังคม ไม่ใช่แค่คำว่าเราคือคนไทยด้วยกัน แต่เราทั้งหมดคือเพื่อนมนุษย์ ความรัก การให้ ความรู้สึกดีๆเหล่านี้จะคงอยู่ตลอดไป ผมจะจดจำวันแห่งประวัติศาสตร์นี้ไว้ และจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ไปเรื่อยๆครับ ขอบคุณเพื่อนๆพี่น้องและ zy movement สำหรับโอกาสดีๆครับ :)  
ออม

--------------------------------------------------------

การบ้านครอบครัวน้องซานิ

แม่ป่อง
ส่งการบ้านน้องซานิc..18ครับ..ทีมพี่หมูและพี่ๆๆ
ประทับใจมากที่ได้เห็นทุกๆคนทั้งพ่อแม่พี่ๆๆอาสาน้องๆให้ความรักและช่วยกันประคับประครองน้องๆๆพร้อมไปกับซานิและเพื่อนๆๆถึงจะลำบากแต่พี่อาสาก็ทำด้วยความรักและอดทนจนพาน้องไปจนถึงจุดมุ้งหมายยอดเขาเทวดาได้สำเร็จขอบคุณทุกๆๆๆคนที่ทำให้น้องมีความสุขและอยากจะทำในสิ่งที่น้องยังไม่เคยคืดว่าจะทำได้แต่น้องก็ทำได้สำหรับแม่ได้เห็นสิ่งที่ดีๆๆจากคนรอบข้างที่อดทนขอบคุณที่มอบสิ่งดีๆๆในวันนี้และใช้ความร้กที่ได่จากการร่วมกลุ่มใช้ชีวิตร่วมกันถึงจะเป็นเวลาสั้นๆๆแต่จะไม่ลืมเลย
--------------------------------------------------------

พี่หมู

น้องโชกุน&น้องซานิ
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความรัก
ที่ทำให้ตลอดการทำกิจกรรมในครั้งนี้มีความสุขและเห็นความสามัคคีเห็นความรักของพ่อแม่ที่มีให้ลูกเห็นความรักที่พี่ๆๆๆมีให้น้องๆๆๆรู้สึกถึงความอบอุ่นสุดท้ายขอบคุณทุกๆๆท่านนะครับที่มาเติมเต็มให้บ้านหลังนี้สมบูรณ์และเป็นครอบครัวที่ใหญ่มากครับแล้วเจอกันในครั้งหน้านะจ๊ะ
ปล. ขอบคุณน้องซานิและน้องโชกุนมากครับที่ทำให้พี่มีพลังในการสู้กับปัญหาต่างๆ
--------------------------------------------------------

ทีมน้องซาย

พี่น้ำ

ภาพความทรงจำตอนไปปีนเขา กับ CTCAL ของZMF
ก่อนขึ้นยังมีแรงถ่ายรูปแต่หลังจากที่เดินทางทรหดนั่ง ท้ายกระบะ ผ่านทางลูกรังไปเป็นชั่วโมง ก็แทบไม่ได้ควักมือถือออกมาอีกเลย
เพราะต้องรวบรวมกำลังใจอย่างแรง ในการเดินไปให้ถึง
ระยะทาง 800 เมตร ขึ้นยอดเขาเทวดา พุเตย หนักหนาสาหัสมากสำหรับน้ำซึ่งไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเป็นประจำ
เกือบยอมแพ้ตั้งแต่ 200เมตรแรกเลยทีเดียว
แต่ต้องอดทนเพราะไม่อยากให้ลูกเห็นเรายอมแพ้
ระหว่างทางก็ต้องให้กำลังใจลูกไปด้วย ให้กำลังใจตัวเองด้วยให้ไปให้ถึง
ปรากฏว่าลูกๆและเราก็ได้รับพลังจากน้องๆทั้ง 20คนที่พยายามกันเหลือเกิน
บางคนเดินเอง บางคนก็ต้องแบกโดยอาสาสมัครและครอบครัวช่วยกันจนในที่สุดเด็กๆก็ไปถึงยอดเขากันทุกคน แถมลูกของเราก็เดินถึงก่อนแม่ซะอีก
แถมมีเด็ก 4 ขวบที่มากับแม่ปีนถึงโดยไม่มีบ่นเลย
ความรู้สึกตอนถึงยอดเขาแล้วมองลงมา มันเหมือนกับเราประสบความสำเร็จในชีวิตยังไงยังงั้นเลย
น้องที่มาถึงคนสุดท้าย ถึงกับกอดกันกับครอบครัวแล้วร้องไห้ เพราะน้องได้ทำสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เพราะตัวน้องเองแค่เดินปกติก็ยังยากเลย แต่นี่ขนาดเรายังบอกเลยว่าโครตเหนื่อย
กิจกรรมแบบนี้พูดไปก็ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ ว่ามันมีประโยชน์ยังไง เพราะน้ำเองก็เคยไม่เข้าใจมาก่อน ขนาด CTCAL ครั้งที่ 1 ยังไม่ไปเลย
พอได้ไปครั้งที่ 2&3 ก็เข้าใจและมั่นใจเลยว่า กิจกรรมนี้ ให้ประโยชน์กับเด็กพิการ ครอบครัว อาสาสมัครและผู้เข้าร่วมทุกคนจริงๆ
ที่ได้มากที่สุดคือเรื่องใจ
ต้องขอบคุณทุกๆคนเพราะถ้าไม่ไปด้วยกัน เราคงไปไม่ถึงแน่นอน
ถามลูก ว่าปีหน้า มาปีนอีกไหม เธอตอบทันทีว่า ไม่!
ไม่เอาเขาลูกนี้ ขอเป็นเขาที่อื่นๆอีก
ได้เลยจ้า เราจะไม่หยุดแค่เขาลูกนี้แน่นอน
#แต่ตอนนี้แม่ปวดขามั่กๆ
#zymovementfoundation #zmf #ctcal #ctcal3 #climbtochangealife
#dontclimbalone

--------------------------------------------------------

น้องณโม


 

ครอบครัวน้องณโม

แม่น้องณโม

เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมเดินทางกับ Zy Movement โดยการชวนของแม่โพล่าร์ ตอนนั้นพึ่งคลอดน้องบัวชมพูเลยค่ะ แต่ก็ตัดสินใจมาร่วมกิจกรรม เพราะอยากให้ณโมมาด้วย จึงโทรหาพี่น้ำตาลเพื่อสมัครเข้าร่วมกิจกรรมค่ะ

ปกติเป็นครอบครัวที่เดินทางบ่อยอยู่แล้ว เพราะชอบไปทำบุญ ไม่ก็กลับบ้านพ่อณโมที่ลำปาง เรื่องการเดินทางจึงไม่เป็นปัญหา ส่วนเรื่องการเดินขึ้นเขา ตอนแรกไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ คิดว่า ไม่ไกลแต่กิโลกว่า ๆ เอง (555 เป็นไงล่ะ) และเคยเดินทางไปเขาคิชกูฎ คิดว่าไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

ระหว่างเดินขึ้นไปยอดเขาประมาณ 2-300 เมตร ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยค่ะ หัวใจเต้นเร็วมาก เพราะทางชัน ต้องใช้กำลังเยอะ พักดื่มน้ำ ดื่มเกลือแร่ เป็นพัก ๆ เลยค่ะ แต่ก็คิดว่า เอาน่า ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ก็ไม่ค่อยเหนื่อยแล้ว พักก่อน แล้วค่อยเดินใหม่ คิดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ พอ 4-500 เมตร เริ่มหน้ามืดค่ะ ทีนี้พักยาวกว่าเดิมนิดนึง หัวใจเยังเต้นเร็วมากอยู่ พัก จิบน้ำ เกลือแร่เหมือนเดิม หายเมื่อยเดินใหม่ เดินไปเรื่อย ๆ จากหัวใจที่เริ่มเต้นเร็วมาก ๆ ค่อย ๆ เต้นเร็วน้อยลงจนเหมือน หัวใจเต้นระว่างวิ่งเหยาะ ๆ แสดงว่า ร่างกายเข้าที่แล้ว ทีนี้เดินสบาย ๆ จนถึงยอดเขาเทวดา

พอดีกับช่วงนี้ แม่ใหม่ มีปัญหาเรื่องงาน ถึงจุดที่ยาก แก้ปัญหาไม่ตก จึงคิดได้ระหว่างเดินว่า คนเราที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องผ่านจุดที่ยากที่สุดก่อนทุกคน แล้วจะประสบความสำเร็จ เหมือนที่ทุกคนเคยได้ยินว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" มันทำให้แม่ใหม่คิดได้ว่า เราต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ แล้วเราจะประสบความสำเร็จ

ขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่ทำให้เกิดกิจกรรมดีดีอย่างนี้ มันไม่ใช่แค่ปีนเขาจริง ๆ ค่ะ ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง เพื่อมาปรับใช้ในชีวิตได้

ขอบคุณน้องท็อป น้อยนุ้ย น้องซูก้าซูกัส อาสาแรงดี ท็อปแบกณโมสลับกับพ่อด้วย แม้จะเหนื่อยแต่ก็ใจสู้ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ขอบคุณพ่อ แม่ น้อง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน
เราจะเป็นกำลังใจให้กัน เพื่อต่อสู้ต่อไป เพื่อลูก ๆ ของเราทุกคนค่ะ

เจอกันทักทายกันได้นะคะ แม่ใหม่จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ทักมาเลยค่ะ^^

แม่ใหม่ พ่อเอก ณโม

--------------------------------------------------------
Top-Nui-Sugus-Sugar ครอบครัว "วิทยานุลักษณ์"

ทริปนี้ ประสบความสำเร็จทั้งผู้ให้และผู้รับครับ
ครอบครัว "วิทยานุลักษณ์"
ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสร่วมในกิจกรรมดีๆแบบนี้ครับ

Sugus&Sugarได้ซึมซับ
"ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกทุกคน"
"การแบ่งปัน"
"การเสียสละ"
"การช่วยเหลือผู้อื่น"
"การให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน"
และอีกหลายสิ่ง หลายอย่าง ที่ไม่มีสอนในห้องเรียน


ทีมอาสา ก็เป็น ผู้รับ ได้เหมือนกันครับ

ขอบคุณทุกคน ที่ร่วมเดินทางกันในครั้งนี้ครับ ประทับใจจริงๆ

--------------------------------------------------------

น้องเดย์

ครอบครัวน้องเดย์

 

ส่งการบ้านแม่น้องเดย์ค่ะ.....
ก่อนอื่นแม่ขอบอกแม่ตื่นเต้นดีใจที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้แม่ถามน้องว่าอยากไปปีนเขาไหมน้องบอกอยากไปแม่ก็ตอบน้องถ้าอยากไปแม่จะพาไปน้องก็คอยถามอยู่ตลอเวลาเมื่อไรจะได้ไปสักทีเพราะว่าพ่อแม่และพี่เคยไปพิชิตเขาคิชกูฐมาแล้วแต่การไปครั้งนั้นปีที่แล้วน้องยังเดินไม่ได้แต่มีพี่ตี๋พี่พลอยคอยอุ้มขึ้นไปเป็นการไปทำบุญขอพรกะสิ่งศักศิตย์ทั้หลายให้ครอบครัวแต่พ่อน้องเดินขึ้นไม่ถึงคอยอยู่ข้างล่าง.....รู้สึกแม่จะพูดเยอะไปนะพอถึงวันเดินทางน้องตี่นเต้นมากครอบเราไปถึงจุดนัดหมายเก้าโมงที่้เขือบกะเสียวแล้วมาพบที่ัอุทยานน้องกลับมีไข่ตัวร้อนขึ้นมาเฉยเลยทำแม่เริ่มไม่สบายใจเลยจะทำยังไงดีจะไปต่อไหมน้องตอบแม่ว่าจะไปทั้งๆที่ตัวร้อนแม่อุ้มน้องเช็ดตัวตลอดจนได้ขึ้นรถกะบะที่เขามาส่งน้องยังซึมอยู่แม่ถามพ่อว่าเอาไงดีจะไปต่อไหมน้องตอบขึ้นมาไปๆๆต่อแม่นํ้าตาจะไหลเห็นลูกสู้คิดอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดพอถึงแม่ต้องให้พี่อาสาใส่เป้แบกน้องขึ้นไปทั้งที่ตั้งใจจะเดินขึ้นเองแบกได้ถึง200เมตรน้องบอกจะเดินเองพี่อาสาก็ลองให้น้องลงเดินดูน้องมีความสุขมากและกลุ่มอื่นๆคอยขึ้นไปกันจนถึง400เมตรเริ่มจะไม่ไวพี่ต้องอุ้มบ้างเดินบ้างถึง500เมตรพ่อน้องเดย์บอกไ่ม่ไหวแล้วพ่อขอนั้งรอตรงที่500เมตรแม่ไม่เป็นไรแม่จะไปกะลูกเองพ่อไม่ไหวให้รอตรงนี้ก่อนแม่จ่ะสู้เพื่อลูกเอง....พ่อเป็นความดันอยู่...ไหนที่สุดเราถึง600เมตรเราก็หยุดพักอีกแม่ถามพี่อาและน้องไหวไหมพี่ๆน้องๆสู้ๆนะแม่เป็นกำลังใจให้ทางชันมาก700-800เมตรในที่สุดเราถึง800เมตรจนได้คำแรกที่เราได้ยินคุณแม่สุดยอดเลยคุะจากพี่นํ้าตาลและพี่ๆอาสาและกลุ่มครอบครัวน้องอื่นๆเห็นรอยยิ้มรู้สึกมีความสุขมากลูกเราทำสำเร็จแล้วเราถายรูปกันครอบครัวเราแต่พ่อไม่ได้ถายด้วยไม่เป็นไรน้องเดย์เห็นเพื่อนๆห้องเรียนเดียวกันทักทายกันใหญ่เลยดูมีความสุขมากแล้วยิ่งไปกว่านั้นแม่มองไปเห็นพ่อขึ้นมาแล้วโบกมือให้แม่พ่อมาแล้วนะนํ้าตาจะไหลพ่อบอกว่าในเมื่อแม่กะลูกมาได้พ่อก็มาได้รู้สึกประทับใจมากแต่พอจะลงจากเขาน้องเดย์ไม่ยอมเดินเลยพี่ต้องใส่เป้เหนือยและหลับเลยแถมมีไข่ขึ้นอีกพี่อาสาพี่ตี๋คอยแบกน้องเองคนเดียวเลยรู้สึกประทับใจมากและพี่ๆอาสาทุกคนนะตอนนี้น้องก็ยังนอนโทรมไม่สะบายไม่หายเลยแม่ถามน้องว่าถ้ามีกิจกรรมนี้อีกจะไปอีกไหมน้องตอบไปสู้ๆๆค่ะแม่น้องเดย์ส่งแล้วนะยาวๆๆๆๆจริงอิๆ
--------------------------------------------------------


 

ทีมน้องเดย์และครอบครัว

เป็นครั้งแรกที่ได้ทำกิจกรรมอาสา อุปสรรคครั้งนี้คือ น้องเดย์ไม่สบายก่อนที่จะมาแล้ว ทำให้ความยากในการเดินทางลำบากมากขึ้น แต่น้องเดย์ก็มีความมุ่งมั่นในการที่จะพิชิตยอดเขาเทวดา

ตอนแรกก็ถามน้องนะว่าเดินไหวไหม น้องเดย์บอกไม่ไหว
แต่พอแบกได้แค่200เมตร น้องเดย์บอกอยากเดินเอง แต่น้องก็เดินเองได้จนถึง600เมตร เพราะช่วง500-600เมตรเป็นช่วงที่ทางชันมาก แต่น้องก็สามารเดินขึ้นเองได้100เมตร บวกกับน้องไม่สบายด้วย ทำให้น้องเดินต่อไม่ไหว พี่อาสาก็ช่วยกันจนน้องไปถึงยอดเขาเทวดาได้ หลังจากถึงยอดเขา น้องก็เพลียมากจนไม่ยอมเดิน ทำให้การเดินลวจากเขาลำบากมาขึ้น ต้องแบกน้องลงมาจนถึงที่หมาย

กลุ่มอาสากลุ่มน้องเดย์มีความคุ้นเคยอยู่แล้ว ทำให้มีความเข้าใจกันมากต่อความต้องการของน้อง จึงทำให้การปีนเขาครั้งนี้สำเร็จ

ดีใจที่มีกิจกรรมดีๆแบบนี้ ขอบคุณ ทุกคนที่ทำให้กิจกรรมแบบนี้ออกมามีความสุข

--------------------------------------------------------

น้องทาม

พี่อัน ทีมน้องทาม c20

คุณคิดว่าการเปลี่ยนความคิดเป็นเรื่องยากมั๊ย?
เราเคยคิดว่าการพาคนที่มีความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวขึ้นเขาเป็นไปไม่ได้
จนมาเจอโครงการของ Zy movement foundation นางพาเดกเดกที่มีความผิกปกติทางการเคลื่อนไหวขึ้นเขา เราสมัครเพราะอยากจะรู้ว่าเราจะพาเดกเดกขึ้นไปยังไง เราคิดว่าแค่ว่าเดินเดินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก้อถึง จนกระทั่งได้มาเดินด้วยกันจริงๆ มันมากกว่าการเดินเดินเดิน มันเริ่มตั้งแต่ในรถบัสพี่พี่เข้าไปเล่นเฮฮากับน้องพูดคุยกับพ่อแม่ ตอนขึ้นรถกระบะ ระหว่างทางยากลำบากทั้งถนน แดด ฝุ่น อากาศ เส้นทางหลายกิโล ใช้เวลาร่วมชั่วโมง ทุกคนหลังกระบะก้อยังคุยหยอกล้อกัน ทั้งเรื่องสีหน้า สีผมที่เปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม แดดร้อน และกินฝุ่น จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่ทุกคนต้องขึ้นเขาจริงๆ ทุกกลุ่มที่เราได้แซงไป (น้องทามวิ่งไวมาก พี่พี่ตามกันแทบไม่ทัน) ทำให้เห็นถึงความตั้งใจที่พี่พี่ในกลุ่มต้องการพาน้องน้องขึ้นไป คอยถาม พุดคุย แซว หลอกกัน กับน้องกับพี่พี่กันเอง เห็นน้ำใจของเพื่อนร่วมทางที่หยิบยื่นให้กัน ทั้งกำลังใจ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำ นม ขนมและยาดม
เมื่อขึ้นไปถึง มันคุ้มค่า เราเห็นสีหน้าที่เหน็ดเหนื่อยเต็มไปด้วยรอยยิ้มของทุกคน ทั้งพี่พี่ น้องน้อง พ่อแม่ของเดกเดก เดกเดกยิ้มหน้าแป้นมองดุวิวบนจากยอดเขา มองเหนยอดเขาเขียวชอุ่มที่เรียงสลับไปมา ท้องฟ้าสว่าง เมฆสีขาวรวมทั้งแสงแดดที่ร้อนแรง
แม่น้องทามบอกว่า เราไปไหนไปกันไปด้วยกัน น้องทามขึ้นมาแม่ก้อขึ้นมา ตลอดทางจะเหนน้องทามวิ่งนำหน้าทุกคนและมีพ่อน้องทามรีบตามขึ้นไป พอถึงจุดพักระหว่างที่รอแม่กับน้องมิวสิค พ่อก้อจะหยิบน้ำมาป้อนน้อง พกผ้าเย็นมาเช็ดหน้าให้น้อง (กระเป๋าพ่อน้องทามหนักมากกก) พอแม่กับน้องมิวสิคขึ้นมาถึงพักแปปนึง น้องทามก้อจะวิ่งต่อ จนถึงช่วง 600 เมตร พี่เอกที่พาน้องมิวสิคขึ้นมาเหนื่อย พ่อน้องทามก้อช่วยพาน้องมิวสิคขึ้นไปต่อจนถึงข้างบน
ตอนกลางคืนที่ได้ยินความรุสึกของตัวแทนทำให้รุเลยว่าความคิดของเราเปลี่ยนไปแล้ว เราสามารถพาเดกเดกที่มีความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวขึ้นเขาได้ เรารุและเราเหนด้วยตัวของเราเอง
นอกจากนี้ยังได้รุอีกว่าการที่เดกคนนึงจะทำอะไรสำเร็จซักอย่างกำลังใจ ความเข้าใจ และโอกาสจากครอบครัวและสังคมรอบข้างสำคัญมาก

ขอบคุณ Zy movement foundation ที่จัดกิจกรรมดีดีที่มอบโอกาสให้เดกเดก ให้พ่อแม่เดกเดก ให้พี่พี่ทุกคน
ขอบคุณ ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ความอดทนของทุกคน
สุดท้าย ทุกคนออกกำลังกายกันเยอะเยอะนะคะ :)


--------------------------------------------------------

 

ส่งการบ้าน CTCAL#3 ครับ  พี่อั้น ทีมน้องทาม


 

นี่เป็นครั้งแรก ของการทำกิจกรรมอาสาและเป็นครั้งเดียวที่ยอมรับเลยครับว่า แทบไม่เชื่อใจตัวเองเลยว่าจะทำงานอาสาแบบนี้ได้

เพราะรู้ว่าการปีนเขานั้นยาก ลำพังตัวเราเองก็แย่ละครับ แต่ที่ตัดสินใจและมุ่งมั่นจะทำต่อคือ คิดเพิ่มอีกมุม ก็เรามันปกตินี่นา แล้วน้องๆล่ะ

เขาไม่ได้ปกติเหมือนเรา แต่ เขาก็มีความใฝ่ฝันที่จะไปเที่ยวธรรมชาติ อยากปีนเขา อยากทำอะไรๆ ได้เหมือนกับเรา

แต่พวกเขา ยังขาดเครื่องมือที่สำคัญ เครื่องมือที่หมายถึงนั้น ก็คือ อาสาสักคนนึง ที่พาขึ้นไปจะด้วยวิธีอะไรก็ตาม ขอให้ได้ขึ้นไปข้างบนสักครั้งนึงบ้าง

นี่คือสิ่งที่ผมคิดและมุ่งมั่นตัดสินใจที่จะทำต่อ

จนมาถึงวันที่เริ่มกิจกรรม ภาพแรกที่ได้เห็น คือน้องๆพร้อมมาก และแทบจะไม่เห็นภาพที่น้องนั้นรู้สึกท้อต่อการปีนขึ้นไปข้างสักนิดเลย มีแต่คำพูดที่ได้ยินตลอด

การปีนเขาคือ "ไป ไป ไป ไปต่อ.." ผมและทีมก็ยอมรับว่าเหนื่อยจนแทบจะเป็นลม แต่ได้ยินเสียงน้องทีไร ก็มีแรงเดินต่อได้จนสุดยอดเขา #ประทับใจมากครับ

การพบกันครั้งแรกของผมและน้อง เริ่มและจบด้วยดีมากๆ ขอบคุณทีมพี่ๆอาสา ,มูลนิธิ ZMF ที่จัดงานนี้ขึ้นมา ขอบคุณครอบครัวของน้องทุกๆครอบครัว

 

ที่ตั้งใจและส่งเสริมให้มูลนิธิได้จัดกิจกรรมดีๆ เพื่อน้องนี้ขึ้นมา ขอบคุณที่ได้เจอมิตรภาพที่เสมอกันครับ...


 

--------------------------------------------------------

น้องนุ่น

ครอบครัวน้องนุ่น

แม่น้องนุ่น

กิจกรรมปีนเขาครั้งนี้ได้เปลี่ยนความคิดของแม่นุ่นอย่างมากๆๆคะแม่นุ่นคิดว่าตัวเองคงไปไม่ถึงยอดเขาเทวดาแล้วละเพราะเหนื่อยและล้าอย่างมากๆๆแต่ได้กำลังใจจากทีมอาสาของตัวเองคือพี่เล็ก.พี่ต้น.พี่ทราย.และอาสาคนอื่นที่เเม่นุ่นไม่รุ้จักชื่อนะคะคอยให้กำลังใจและถามตลอดว่าไหวไมแม่นุ่นอยากจะบอกว่าไม่ไหวสักก้าวเลยคะด้านร่างกายแต่ว่าใจบอกว่าอย่าท้อต้องไปต่อเท่านั้นถึงไปต่อได้นะคะพอจุดที่400เมตรกายบอกว่าลมออกหูแล้วหน้าก้อจะมืดตาลายไปหมดแล้วจะไปต่อไหวไมนี่มองไปด้านหลังไม่มีคนอื่นแล้วด้านหน้าเห็นแต่หลังคนอื่นถ้าเราเป็นลมตอนนี้ใครจะเห็นเราไมนี่ก้อต้องเดินสี่ขาตามคนอื่นขึ้นไปพอเราผ่านจุด400ไปเราก้อไปได้อยุ่นี้แต่เราต้องพักนะถ้าเราไม่พักบ้างเราไปไม่ถึงแน่ให้กำลังใจตัวเองนะคะแต่ ชในขณะที่เดินทางก้อคิดถึงนุ่นและพี่อาสาอยากอยากจะช่วยถือน้ำให้ก้อยังดี
แต่ว่าพี่อาสากะนุ่นก้อไปไกลแล้วได้แต่ให้กำลังใจตัวเองว่าไปได้แค่ไหนก้อแค่นั้นคะจนมาถึงที่จุด700มตรคิดว่าแม่นุ่นคงไปไม่ถึงแล้วพี่อาสาคนนึ่งบอกว่าแม่นุ่นอีกนิดเดียวก้อถึงแล้วจะไปต่อไมแม่นุ่นอยากบอกว่าก้าวขาไม่ออกแล้วแต่คิดถึงนุ่นกะพี่เล็กพี่ต้นพี่ทรายว่าพี่คงรอแม่นุ่นอยุ่ลมหายใจสุดท้ายต้องขึ้นไปหาลูกให้ได้ถึงไปต่อได้นะคะและไปถึงยอดเขาเทวดาได้ในที่สุดพอขึ้นไปถึงเห็นหน้าลูกและพี่อาสาอยากร้องไห้อย่างมากๆๆคะดีใจสุดๆๆคิดว่าแม่นุ่นนะทำไม่ได้แล้วแต่ในที่สุดแม่นุ่นก้อทำได้คะ
ทำไมแม่นุ่นคิดว่าตัวเองปีนเขาไม่ได้เพราะว่าแม่นุ่นไม่ได้ฟิตร่างกายเลยคะพี่เล็กพี่ต้นพี่ทรายไม่มีเวลาเลยคะนอนดึกทุกวันดูเเลนุ่นกะพ่อเพราะว่าพ่อก้อไม่สบายคะเป็นเส้นเลือดตีบคะเดินไม่สะดวกแม่นุ่นพักผ่อนน้อยถึงได้หน้าซีดไงคะพี่ต้นแต่ได้กำลังใจจากพี่ๆๆอาสานี้ละคะถึงสู่ยอดเขาได้คะ
ถึงเวลาลงก้อเห็นความอดทนของพี่เล็กพี่ต้นพี่ทรายอีกแล้วคะเพราะตอนขึ้นเราได้เห็นน้อยตามไม่ทันเขาสามคนช่วยกันคิดและสลับเปลี่ยนกันอุ้มนุ่นจูงเดินบ้างเป็นระยะคะแม่มองดูแล้วเป็นภาพที่ประทับใจแม่นุ่นอย่างมากๆๆคะมองดูด้วยความชื่นชมและแอบเช็ดน้ำตาตัวเองนะคะดีใจนะคะ
จุดเปลี่ยนแปลงคือได้ทำในสิ่งที่คิดว่าตัวเองทำได้แต่หลังจากลงเขามาแล้วได้คิดสิ่งที่เราคิดว่าทำไม่ได้แต่เราทำได้ถ้าได้ลงมือทำแล้ว
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทีมงานทรายมุฟเม้นนะคะที่ได้ให้โอกาสแม่นุ่นกะน้องนุ่นไปเรียนรุ้โลกกว้างนะคะและขอบคุณอาสาทุกๆๆคนที่ได้ช่วยกันพาน้องนุ่นกะแม่ถึงยอดเขาเทวดาคะอาสาน่ารักทุกๆๆๆคนเลยคะ

 

--------------------------------------------------------


 

พี่ต้น ทีมน้องนุ่น

กิจกรรมนี้สำหรับผมแล้วได้เห็น แล้วได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ผมได้เรียนรู้ละรู้จักโลกของน้องนุ่น ได้เข้าใจว่าแม่น้องนุ่นต้องทำหน้าที่แม่หนักมาก และทำได้ดีมาก ผมขอให้คุณแม่น้องนุ่นอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคที่จะเข้ามา การเดินทางขึ้นเขาไปกับน้องนุ่น เป็นเหมือนภาพสะท้อนของผู้เป็นพ่อแม่ที่อยากจะพาให้ลูกมีความสุข อยากเห็นลูกดีใจ โดยที่ระหว่างทางนั้นอาจจะลำบาก อาจจะเหนื่อยล้า อาจจะมีอุปสรรค เหมือนทางชันช่วง 600-700เมตร ผม    น้องเล็ก น้องทราย คงมีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ภายใต้ความเหนื่อยล้า ก็ยังมีความหวังว่าเราจะถึงแล้ว จะได้เห็นหน้าน้องนุ่นดีใจ ทุกคนอยากรู้ว่าน้องจะดีใจยังไง สีหน้า แววตาน้อง ท่าทางน้องนุ่นจะเป็นอย่างไร สุดท้ายอีกไม่กี่สิบเมตรก็จะถึง เราเริ่มเห็นปฏิกิริยาขออน้องนุ่น. น้องเริ่มแกว่งขา และยิ้มออกและร้องออกมาเบาๆอย่างอารมณ์ดี. พวกเราทุกคนยิ้มและหัวเราะที่น้องยิ้ม น้องมีความสุข เหนือสิ่งอื่นใด แม่ของน้องนุ่นที่เราทิ้งห่างพร้อมกับบอกแม่น้องนุ่นว่า "เดี๋ยวพวกผมพาน้องนุ่นขึ้นไปเองคุณแม่นั่งพักรออยู่นี้ก็ได้" เพราะแม่น้องนุ่นหน้าซีดมาก. แต่แม่น้องนุ่นก็ตามขึ้นมาถึงยอดเขาได้ นับถือความเป็นแม่. และความรักลูกของแม่ของน้องนุ่นมาก พวกเราได้เห็นน้องนุ่นมีความสุข และยิ่งไปกว่านั้นเราได้ แม่น้องนุ่นดีใจที่ได้อยู่จุดนี้กับลูกได้. มองไปรอบๆ ทุกคนมีแต่ความสุข. รอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้มาบดบังความเหนื่อยจนแทบจะหายไป.
ผมรู้แล้วว่าแม่ของน้องนุ่นต้องเหนื่อยแค่ใคร วันนี้ผมได้เห็นพลังความรักและผูกผัน ขอให้แม่อย่ายอมแพ้ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เหมือนที่แม่ได้พิสูจน์กับตัวเองแล้วที่ยอดเขาเทวดา พวกผมยังคงเป็นกำลังใจให้และหวังจะได้เจอน้องและแม่อีกครั้ง. ผมเชื่อว่าน้องนุ่นรับรู้ได้ถึงความรักของแม่ และน้องนุ่นต้องรักแม่อย่างแน่นอนครับ :)

--------------------------------------------------------

 

พี่เล็ก C12 ทีมน้องนุ่นครับ

ผมเองมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใน CTCAL3 มันคือการให้โอกาสครับ

...ให้โอกาสแก่น้องที่จะได้ทำตามความฝันในการปีนขึ้นไป
เพื่อพิชิตยอดเขา ให้โอกาสในการเรียนรู้ภายใต้สิ่งแวดล้อม และสังคมที่กว้างขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมเอง มองย้อนกลับไปว่า แม้ว่าลักษณะทางกายภาพของน้องๆ จะมีปัญหา แต่จิตใจของน้องยิ่งใหญ่มาก มันไม่เป็นอุปสรรคที่จะให้น้องได้ทำตามฝันที่น้องตั้งใจเลย.....ให้โอกาสแก่พ่อแม่ และครอบครัวของน้องๆ ในการสนับสนุนความฝันอันยิ่งใหญ่ การปลี่ยนความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลี้ยงดูน้องๆ ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่สำคัญเป็นอย่างมาก
...ให้โอกาสพี่อาสาทุกๆคน ได้เรียนรู้ในการรู้จักให้ รู้จักเป็นผู้เสียสละ การได้รับมิตรภาพที่ดีที่ช่วยสร้างร้อยยิ้ม สร้างเสียงหัวเราะ และช่วยผลักดันให้เกิดกำลังใจแก่พี่อาสาด้วยกัน แก่พ่อแม่ และน้องๆทุกคน ในการดูแลกันและกัน

...ผมขอขอบคุณมูลนิธิ ขอบคุณผู้สนับสนุน ขอบคุณโครงการ และขอบคุณพี่ๆทีมงานทุกๆคนที่ได้มอบโอกาสเหล่านี้ให้แก่พวกเราทุกคนครับ สิ่งเกิดขึ้นใน CTCAL3 จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ ที่ดีของชีวิต ที่อยู่ในใจของน้อง ๆ ของพ่อแม่ ของพี่อาสา และพี่ๆทีมงานทุกคน รวมทั้งผมตลอดไปครับ...


 

--------------------------------------------------------

น้องบิ๊ก

 

ครอบครัวน้องบิ๊ก


 

ส่งการบ้าน คุณแม่(น้าโอ)น้องบิ๊กค่ะ  เราเป็นครอบครัวที่ได้รับเชิญร่วมกิจกรรมดีๆ ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต เป็น ปีที่2 แล้ว และได้รับเกียรติจากทีมงานคุณน้ำตาล..ให้ไปลองปีนเขาที่อุทยานพุเตย ณ ยอดเขาเทวดา เป็นหนึ่งในสองครอบครัวแรก ที่ได้ไป Test run 3/10/58 และ 4/10/58 ซึ่งบอกเลยว่าแค่ครั้งแรก เหนื่อยมากๆแล้ว ทั้งเป็นลม หน้ามืด ปวดขา บอกเลยว่าท้อ  แต่น้องบิ๊กกับคุณพ่อมีพี่ๆทีมอาสาพาขึ้นไปถึงยอดเขาเทวดาแล้ว คุณพ่อน้องบิ๊กต้องลงมารับ..ประมาณ200เมตร แต่ก็สามารถไปถึงยอดเขาเทวดานะค่ะ  วันกิจกรรมจริง CTCAL3 ปีนเพื่อเปลี่ยนชีวิต  21/11/58  และ 22/11/58 บอกเลยว่านั่งบ่นตลอดทางว่าไม่อยากขึ้นไปแล้ว ดูจากอาการของวันไป Test แต่บิ๊ก บอกว่าสู้ๆนะ ก็เลยตั้งใจว่าจะขึ้นไปไห้ได้ พอไปถึงระยะทาง ประมาณ 300 เมตร เริ่มออกอาการ หน้ามืด เป็นลม คิดเลยว่าไปต่อไม่ได้แน่ๆ แต่พอพักประมาณ 10 นาทีก็หายหน้ามืด พอจะลุกและไปต่อได้ แต่บิ๊กเห็นเราหน้าซีด เป็นลม บิ๊กบอกว่า ไม่ต้องไป นั่งรอตรงนี้ ไม่ต้องไปไหน(โดยที่น้องไม่ได้ออกเสียงไร แค่ทำมือเราก็เข้าใจละ)ทำไห้เราฮึดสู้ เดินไปให้ถึงยอดเขาเทวดา เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ และพร้อมๆกัน ขอบคุณ เสียงหัวเราะของน้องบิ๊ก ขอบคุณพ่อน้องบิ๊ก ขอบคุณพี่ๆอาสาทุกคนทุกทีม ที่ใช้ทุกย่างก้าว...ที่เดิน ได้พาครอบครัวและเด็กๆผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ไปถึงจุดหมาย ยอดเขาเทวดา...ขอบคุณกิจกรรมดีๆ ที่ทำให้เด็กๆผู้พิการทางการเคลื่อนไหวมองเห็นโลกที่กว้างขึ้น รอลุ้นต่อไปว่าจะมีเขาใหนให้พวกเราไปพิชิตกันอีกนะค่ะ

--------------------------------------------------------

น้องอั๋น ทีมพี่บิ๊กC#1

https://youtu.be/x8prRKyla18

--------------------------------------------------------

 

น้องนิว ทีมพี่บิ๊กC#1 ครับ
สิ่งที่ได้จากการร่วมกิจกรรมครั้งนี้คือ "รอยยิ้ม" คือสิ่งที่คอยเติมกำลังใจชั้นดี ที่ทำให้เราฝ่าฟันอุปสรรคให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ ขอขอบคุณทุกๆรอยยิ้มนะครับ

- รอยยิ้มของพี่บิ๊ก ที่ยิ้มสะใจ เอ้ย! ยิ้มให้กำลังใจตลอดทาง

- รอยยิ้มจากเพื่อนๆชายฉกรรจ์แต่อ่อนแอทุกคนในทีมครับ แม้เราจะทำได้แค่หายใจแรงๆแข่งกัน แต่คนในทีมยิ้มสู้ทุกคนครับ

- รอยยิ้มจากเหล่าสต๊าฟในแต่ละจุดที่คอยให้กำลังใจ ส่งแอมโมเนียให้พวกเราทุกระยะ

และสุดท้าย รอยยิ้มแห่งความสุขของตัวผมเองที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมนี้ครับ


 

--------------------------------------------------------

น้องอาร์ท ทีมพี่บิ้กc1 คับ

ผมว่ากำลังใจมันส่งถึงกันได้นะ ถ้าไม่อย่างนั้นคุณพ่อ คุณแม่ และน้องๆหลายคนที่คิดว่าไปไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ไปได้

สิ่งนึงที่ผมเชื่อว่าเราทุกคนจะได้คือ กำลังใจในการฝ่าฟันไปให้ถึงจุดหมายของแต่ละคนนะครับ

"วันนี้ยังทำได้ ทำไมล่ะความฝันจะทำไม่ได้"

สู้ๆครับทุกคน..

ปล. เจอกันใหม่น๊าาาพี่บิ้กตอนนี้ขอสลบแพร้พ

--------------------------------------------------------

น้องโพลาร์

ครอบครัวน้องโพลาร์

ส่งการบ้าน (พ่อแสบ ทีมโพลาร์).   
ขอเล่าความรู้สึกพ่อก่อนที่จะเข้าร่วมกิจกรรม CTCAL#3 เมื่อแรกเริ่มที่ได้รู้ว่าน้องโพลาร์เป็นเด็กพิเศษนั้น ก็รู้ว่าไม่ธรรมดาแระ (ไม่ได้เตรียมใจรับความพิเศษของมัน) ช่วงแรกคงเหมือนโดนของหนักๆทุบหัว มึนงงสับสนและสงสัยกับความความพิเศษนั้นมาจากสาเหตุอะไร(เป็นลมชัก) พร้อมทั้งพยายามรักษาและฝึกฝนน้องมาตลอด โดยหวังว่าน้องจะดีขึ้นในเร็ววัน นานวันมันก็ก่อให้เกิดความเหนื่อยล้า บางครั้งก็ท้อแท้ มันคงเหมือนการปีนขึ้นสู่ยอดเขาเทวดาในช่วง 400 เมตรแรกยังคงมีแรงอยู่มากพอที่จะพาน้องโพลาร์ขึ้นไป แต่พอขึ้นไปสูงขึ้นเรื่อยๆ พลังที่มีเริ่มหมด กำลังใจเริ่มเหี่ยว แต่ก็ด้วยความช่วยเหลือของพี่ๆอาสาทุกท่านทำให้น้องโพลาร์ขึ้นสู่ยอดเขาสำเร็จ เราคงถึงยอดเขาเทวดาแล้ว บนนั้นมันเหมือนสวรรค์จริงๆ ทุกคนบนนั้นมีรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ทั้งที่ตลอดทางนั้นมีแต่หยาดเหงื่อ คราบน้ำตาและความเหนื่อยล้าให้เห็นตลอดทาง. สรุปสิ่งที่ได้รับและเปลี่ยนแปลงหลังกิจกรรม CTCAL#3 1.พ่อต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงพร้อมที่จะดูแลลูกของเราไปตลอดเส้นทางที่ไม่ราบเรียบ. 2. พ่อซาบซึ้งใจสิ่งที่ได้รับจากการให้ตลอด 2วันนี้ครับ ขอบคุณพี่ไม้เอก พี่ปูน พี่ลิลลี่ และพี่ๆอาสาทุกท่านครับ

--------------------------------------------------------

พี่ปูน ทีมน้องโพลาร์ :)

  เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมกิจกรรมค่ะ รู้สึกตื่นเต้นมาก ตอนแรกเฉยๆคิดว่าก็แค่พาน้องปีนขึ้นไปบนยอดเขา ถ่ายรูป ลงมา มีกิจกรรมร่วมกันนิดหน่อย ละก็พักผ่อน นอน แค่นั้น
  แต่พอถึงอุทยาน ได้นั่งท้ายรถกระบะ ได้เจอได้รู้จักกับทั้งครอบครัวและพี่อาสาคนอื่นๆ ก็รู้สึกว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่อะไรที่จะทำได้ถ้าไม่มี "ใจ" จะมา หรือถ้าเราไม่เชื่อว่าจะทำได้ก็จะทำไม่ได้
  สิ่งที่ชอบคือระหว่างทางที่เราได้เดินไปกับน้อง ครอบครัวน้องๆ และพี่อาสา ไม่ว่าจะกลุ่มตัวเองหรือกลุ่มอื่นๆ ทุกคนดูสนุก มาพร้อมกับพลังบวก ยิ้มแย้ม เหนื่อยแต่ใจสู้ เลยคิดว่ายังไงก็ต้องพาน้องไปจนได้ ทำให้ปูนรู้สึกว่าการปีนเขาไม่ใช่เรื่องง่าย  ประสบการณ์ในครั้งนี้ เลยทำให้เป็นการ "ปีนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต" จริงๆ
1)เปลี่ยนน้องๆให้เชื่อมั่นในตนเองและไม่กลัวที่จะมีพลังก้าวต่อไป
2) เปลี่ยนพ่อแม่น้องๆให้เชื่อว่าถึงแม้น้องจะเป็นเด็กพิเศษ แต่น้องๆก็สามารถทำฝันของตนเองให้เป็นจริง และเชื่อมั่นในตัวลูกๆมากขึ้น
3) เปลี่ยนพี่ๆอาสาให้ได้เป็นผู้ให้ในการได้ช่วยสานฝันน้องๆ ได้เห็นน้องๆยิ้ม ดีใจ หัวเราะ ได้ออกเดินทาง เปิดโลกกว้าง
และได้รับอะไรหลายๆอย่างจากน้องๆและครอบครัว ทำให้เราเห็นว่าปัญหาที่เรามีมันเล็กลงไปถนัดตา และเมื่อเราทำเรื่องที่ไม่ง่ายแบบนี้ได้ เราก็ฝ่าฟันปัญหาต่างๆในชีวิตได้แน่นอน ขอบคุณสำหรับกิจกรรมดีดีแบบนี้อีกครั้งค่ะ :)
--------------------------------------------------------

พี่ลิลลี่ ทีมน้องโพลาร์ มาส่งการบ้านค่ะ

กิจกรรม CTCAL ครั้งที่3 แม้จะมีข้อผิดพลาดไปบ้าง แต่ก็ประสบความสำเร็จในการพาน้องๆทุกคนไปพิชิตยอดเขาเทวดา ระหว่างทางก็อาจจะมีอุปสรรค ไม่ต่างจากการดำรงชีวิตตามปกติที่ต้องพบเจอปัญหาอะไรต่างๆ แต่จากกิจกรรมนี้เราก็ได้สัมผัสว่า ในอุปสรรคเหล่านั้นก็จะมีเรื่องราวดีๆที่น่าจดจำ มีข้อคิดดีๆให้เรา และสุดท้ายแล้ว เราก็สามารถผ่านมันไปได้ขอแค่มีใจสู้
ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของน้อง พี่เชื่อว่าน้องทุกคนภูมิใจและมีความสุขกับสิ่งที่น้องได้ทำ สูงสุดในแผ่นดินสุพรรณ น้องๆกับคุณพ่อคุณแม่ก็พิชิตมาแล้ว ขอให้มันเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิตของครอบครัวนะคะ พี่ๆอาสาเป็นกำลังใจให้ค่ะ
สำหรับตัวพี่แล้ว จากกิจกรรมนี้ การได้เห็นน้องๆและครอบครัวได้ยิ้มและมีความสุข พี่ก็ชื่นใจแล้ว ถึงแม้พี่จะไม่ได้ดูแลน้องทุกคน แต่พี่ก็จำน้องทุกคนได้ และพี่จะคิดถึงน้องๆแน่นอน
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรม
-การทำงานหรือทำกิจกรรมเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ความตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเลยค่ะ
-การช่วยเหลือกันทำให้กิจกรรมผ่านไปได้ด้วยดี สามัคคีคือพลังจริงๆค่ะ
-ไม่ว่าจุดมุ่งหมายของเราจะเป็นไปได้ลำบาก มีอุปสรรคมากมาย แต่ถ้าเรามีใจสู้ มีผู้สนับสนุนที่ดี มีความพยายามมุ่งมั่น จะต้องทำสำเร็จแน่ๆ

--------------------------------------------------------

ไม้เอก ทีมน้อง Polar

หลายคนคงมีเหตุผลต่างๆนาๆ ที่มาสมัครกิจกรรมนี้
ความคาดหวังของการเข้าร่วมกิจกรรมที่ได้กรอกในใบสมัครของผม คือ
"แค่ได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ ก็เพียงพอแล้ว"
มันไม่ใช่แค่คำพูดที่ให้รู้สึกเท่ห์นะ แต่มันคือสิ่งที่ผมอยากเห็นจริงๆ
... แล้ววันนี้ ผมก็ได้เห็นมันแล้ว ... :)

ยอมรับว่าเหนื่อยจริงคับ ต่างกับการเดินป่าตัวคนเดียวแบบที่เคยๆ
นี่แค่เพียง 1 วัน กับระยะทางสั้นๆ แค่ 800 เมตร
มันเทียบไม่ได้กับวัน เวลา และระยะทางที่ครอบครัวของน้อง
ที่ดูแลน้องมาและต้องดูแลต่อไป
บอกได้คำเดียวว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนเก่งมากครับ เก่งจริงๆ
ผมเรียกมันว่า "พลังของความรัก"
ผมคอยสังเกตและคอยซึมซับความรู้สึกดีๆ ของกิจกรรมนี้ทีละนิดๆ
จนตอนนี้ ผมมีพลังที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ไปได้อีกพักใหญ่
และนี่คือเหตุผลหลักของการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ของผม

วันไหนที่เรารู้สึกท้อ หมดกำลังใจ "ลองออกไปเป็นผู้ให้ดูนะคับ"
แล้วจะรู้ว่าพลังนี้ จะช่วยให้คุณมีแรงที่จะสู้กับปัญหาต่างๆ ต่อไปได้จริงๆ ...

ผมเพียงคนเดียว ไม่สามารถทำโอกาสแบบนี้ได้แน่นอน
ครอบครัวของน้องๆ ก็อาจไม่คิดว่าโอกาสแบบนี้จะเกิดขึ้นได้เช่นกัน
ขอบคุณมูลนิธิ Zy movement ที่สร้างให้โอกาสของเราได้เกิดขึ้นจริง
ผมขอเป็น 1 เสียงเล็กๆ ที่จะคอยสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีน้องเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหวได้เปลี่ยนความคิด ความเชื่อเดิมๆ  ที่คิดว่าคงทำไม่ได้
ให้เป็น "เราต้องทำได้"

--------------------------------------------------------

น้องฟ้า

ครอบครัวน้องฟ้า แม่น้องฟ้าค่ะ
เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมทำกิจกรรม  การปีนเขาเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต   ขอเล่ายาวคะ
วันแรกที่พี่น้ำตาลนัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมแม่ก็ไปและได้มีการลองผูกเป้ม้งกันดูน้องฟ้าก็ำด้ลองแต่พอขี้นหล้งมีอาการงอแงแม่กับบ้านแล้วพูดขึ้นว่าฟ้าเราจะไปถึงยอดเขากันไหมเนี้ยถ้าฟ้าไม่ยอมขึ้นเป้แต่ในใจแม่คิดอะลองดูก็แล้วกัน พอถึงวันจริงตอนที่เปลี่ยนนั่งรถกะบะเส้นทางขรุขระมากน้องฟ้าก็นั่งไม่มีอาการงอแงเลย พอลงจากรถเพื่อที่จะเดินขึ้นเขา  แม่อยากให้น้องได้เดินเองพอเดินไปสักพักก็ไม่ยอมเดินแล้วพี่อาสาเลยต้องแบกพอผูกเป้เสร็จแม่นึกว่าฟ้าจะร้องงอแงแต่ กับไม่มีอาการนั่นเลย พอเริ่มขึ้นไปถึง400เมตรแม่บอกกับพี่อาสาว่าพี่แม่ขอพักก่อนพี่อาสาบอกว่าแม่พักเลยคะไม่ต้องรีบไปเรื่อยๆเดียวก็ถึงพอเริ่มเดินแม่ก็เหมือนจะไม่ไหวพี่อาสาบอกว่าถ้าแม่ไม่ไหวน้องก็จะขึ้นไปไม่ถึงด้วยนะ แม่ก็เลยเดินต่อพอถึง600เมตรแม่แทบจะไม่ไหวแล้วจริงๆแตมีแม่น้องเดย์บอกว่าสู้เพื่อลูก แม่ก็เลยบอกกับตัวเองว่าสู้เพื่อลูกแล้วในที่สุดเราก็พากันขึ้นจนถึงยอดเขาจนได้พอขึ้นไปถึงก็หายเหนื่อยเพราะขึ้นไปเห็นแต่รอยยิ้มครอบครัวน้องๆและพีอาสาตบมือเฮกันเมื่อพวกเราขึ้นมาถึงบนยอดเขาลมเย็น วิวสวย ทำให้เราหายเหนื่อยไปได้อีก    
กิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เราได้รู้ว่า  พลังใจและพลังกายสำคัญมากและ สิ่งที่เราว่าเราทำมาดีแล้วนั่นยังดีไม่พอจะต้องทำให้ดีกว่าเดิมอีกสุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ มูลนิธิ  พี่ๆทีมงาน พี่ๆอาสา และครอบครัวที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันคะจะเก็บความรู้สึกดีๆนี้ไว้ตลอดไปคะ

--------------------------------------------------------

พี่ก้อง

ข้อคิดที่ผมได้จากงานนี้...
(1)การที่น้องๆกลุ่มนี้จะประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีทั้งความพยายามของตัวเอง ความช่วยเหลือจากครอบครัว และ การโอบอุ้มและค้ำจุนจากสังคม
(2)น้องๆต้องการการดูแลจากพ่อแม่อย่างมาก พ่อแม่ต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ให้แข็งแรง จะได้มีเรี่ยวแรงประคับประคองน้องๆได้อีกนานๆ ... หวังว่าจากงานนี้ พ่อแม่หลายๆท่าน จะเริ่มตระหนักถึงสุขภาพตัวเองมากขึ้น หมั่นออกกำลังกายให้แข็งแรงเสมอๆ จะได้มีแรงดูแลน้องๆไปอย่างมั่นคงนานๆครับ
---จบ---
--------------------------------------------------------

 

พี่ฟ้า ทีมน้องฟ้า ☁
ประทับใจมากขอเล่ายาวๆหน่อยนะคะ ^^ ขอเกริ่นก่อนนิดนึง เราเป็นอาสาทั่วไปคือถ้ามีกิจกรรมอะไรที่สนใจ แล้วเวลาว่างตรงกันกับเพื่อนๆในกลุ่มก็จะชวนไปด้วยกันตลอด แต่โครงการนี้พอเห็นครั้งแรกคิดไว้เลยว่าได้ไปคนเดียวแน่ๆ เพื่อนไม่ไหวกันหรอก เพราะนี่คือ Climb To Change A Life #3 โครงการที่จะพาน้องๆที่ผิดปกติทางการเคลื่อนไหวตะลุยเดินขึ้นยอดเขาเทวดา อุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยการแบกน้องขึ้นหลัง (ในเคสที่น้องเดินเองไม่ไหว) พอโครงการเปิดรับสมัครก็ลองขวนเพื่อนดู ปรากฎว่าที่ไปด้วยกันแน่ๆมีอีก 2 คน คือ บีดิว และ ออย เพื่อนสนิทและรุ่นน้องขาลุย ก่อนเดินทางโครงการก็นัดมาบรีฟในส่วนของเส้นทาง การผูกเป้ม้งที่ใช้แบกน้อง และแจ้งว่าจะได้ดูแลน้องคนใด ซึ่งเรากับออยได้อยู่ทีมน้องฟ้า น้องตัวเล็กหนักแค่ 14.4 kg ซึ่งถือว่าหนักน้อยกว่าๆน้องคนอื่นดูแล้วก็ไม่น่าเป็นปัญหาให้ทีมเราแน่นอน ด้วยความที่งานนี้เราสมัครไว้ล่วงหน้าค่อนข้างนาน แต่ตารางงานอาทิตย์ก่อนเดินทางแน่นมากออกต่างจังหวัด 5 วันติด คืนวันศุกร์คิดในใจร่างกายเราไม่พร้อมเลย เพลียมากเพราะเดินทางตลอดกลัวจะเป็นตัวถ่วงของทีม คืนนั้นกลับถึงบ้านรีบนอนเพราะเช้าวันเสาร์ต้องไปถึงที่นัดหมายตี 5.45 น.
พอเริ่มออกเดินทางก็ยังไม่ได้ศึกษาเส้นทางอุทยานอย่างละเอียดก็คิดแค่ว่าคงเหมือนๆภูกระดึงที่รถไปจอดก็เดินขึ้นได้เลย แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นเพราะต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถกระบะซึ่งทางนี้คดเคี้ยวเลี้ยวลดฝุ่นตลบจนหัว ตัว สัมภาระ เป็นสีส้มจากฝุ่นของลูกรัง โหดมากกว่าที่คิดไว้สุดๆ นั่งจนไส้กระเพื่อม เหน็บกินขาเกือบๆชั่วโมงจนมาถึงทางขึ้นเขา ก็คุยกับคุณแม่น้องฟ้าว่าจะให้น้องเดินหรือให้ขึ้นเป้ม้งเลย คำตอบก็คือ แม่อยากให้น้องฟ้าลองเดินเองดูก่อนเพราะน้องอึดอัดไม่ชอบอยู่ในเป้ม้ง ทีมเราก็โอเคตามนั้น พอเริ่มเดินไปได้ 200 เมตร น้องฟ้าก็ตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัวลากขาไม่เดินเองแล้ว ที่นี่เราก็เลยอาสาเป็นผลัดแรก
อีก 800 เมตรถึงยอดเขา ด้วยความที่เราเคยขึ้นภูกระดึงมาก่อนก็มั่นใจมากว่าแค่นี้สบาย ก็เดินขึ้นไปเรื่อยๆโดยมีคุณแม่น้องฟ้า พี่โอ๋ พี่ออย พี่ก้อง คอยช่วยเซพหลังไว้ ผ่านไป 200 เมตร คุณแม่น้องเริ่มไม่ไหวขอหยุดพักที่จุดแรก ส่วนเรายังไหวเพราะน้องฟ้าเกาะหลังเรานิ่งมากเราเลยเดินง่ายมาก พอคุณแม่หายเหนื่อยเราก็เดินกันต่อจนมาถึง 300 เมตร พี่โอ๋ที่พี่เลี้ยงน้องฟ้าหายไปแล้ว คุณแม่บอกว่าแกคงขึ้นต่อไม่ไหวรออยู่ข้างล่าง ทีมเราก็เลยเดินกันต่อ
พอถึงระยะ 400 เมตร คุณแม่ดูอิดโรยและหายใจแรงเพราะเหนื่อยมากและขอพักบ่อยขึ้น แม่บ่นตลอดว่ากลัวจะไม่ไหว เราเลยเดินช้าลงเพื่อให้คุณแม่ได้พักมากขึ้นเพราะยิ่งสูงก็ยิ่งชัน ตลอดทางมีทีมบัดดี้คือครอบครัวน้องเดย์ที่ไปด้วยกันตลอดสลับกันนำบ้างตามบ้างแต่อยู่ใกล้ๆกันตลอด
จนมาถึงระยะ 600 เมตร คุณแม่แสดงออกว่าขึ้นไม่ไหวอย่างชัดเจน ทีมเราก็เลยหยุดพักนานหน่อยเพราะถ้าคุณแม่ไม่ไหวเราก็จะไม่ได้ไปต่อ ช่วงหยุดพักคุณแม่ก็หยิบนมมาให้น้องฟ้าดื่มเพราะน้องเริ่มงอแง แต่พอน้องอิ่มน้องจะส่งเสียงให้เดินต่อตลอด จนคุณแม่แซวน้องว่าอยากไปต่อไม่ดูสภาพแม่เลยนะ 555
แล้วเราก็เดินต่อช่วง 700 เมตรนี้ชันสุดๆต้องมีเชือกไว้ให้เกาะตลอดทางคุณแม่ก็ดูท่าไม่ไหวแล้ว สุดท้ายคุณแม่น้องเดย์ตะโกนมาบอกคุณแม่น้องฟ้าว่าอีกนิดเดียวสู้เพื่อลูกสิ พอได้ยินอย่างนั้นคุณแม่น้องฟ้าก็ฮึดสู้พร้อมกับตะโกนกับตัวเองว่า สู้เพื่อลูก ลูกจะได้เห็นยอดเขาสวย แม่จะสู้เพื่อลูก!!
จนใกล้ถึงระยะ 800 เมตร ทุกคนในทีมเหนื่อยมาก แต่พอหันไปเห็นน้องฟ้าที่เราแบกไว้บนหลังเราก็ให้กำลังใจกันจนฮึดและขึ้นไปถึงยอดเขาเทวดาในที่สุด ภาพที่เห็นนี้ทำเอาทีมเราหายเหนื่อยเลย ลมเย็นๆวิวสวยๆนี่เกินบรรยาย ^____^
ตลอดทางเพื่อนๆในทีมถามตลอดว่าเปลี่ยนมั้ยแบกคนเดียวจะไหวหรอ เราก็ตอบว่าไหวเพราะเราไม่เหนื่อยเลยเราแค่ร้อนมากกว่า ตอนนั้นเรารู้ลิมิตตัวเองและบอกตัวเองตลอดว่าจะไม่ทำให้น้องฟ้าเป็นอันตรายแน่นอน อีกอย่างที่เราขอแบกน้องขึ้นคนเดียว 800 เมตร เพราะเรารู้ว่าขาลงอันตรายกว่ามากและเราไม่ถนัดเลยด้วยแรงโน้มถ่วงในตัวเราเยอะ และกลัวความสูงเวลามองลง เลยขอเป็นคนนำทางและเซพน้องดีกว่า ขาลงเลยเป็นหน้าที่ของคุณแม่น้องฟ้า และพี่ออย เพราะพี่ก้องขออนุญาตไปช่วยอีกทีมซึ่งน้องตัวใหญ่มากโดยทั้งสองคนทำหน้าที่ได้ดีมากจนทีมเราลงมาถึงข้างล่างอย่างปลอดภัยและหายเหนื่อย ทีมเราภูมิใจมากที่คุณแม่ยอมสู้ไปด้วยกัน
ขอบคุณโอกาสจากโครงการดีๆ ขอบคุณกำลังใจจากเพื่อนร่วมทาง น้องๆ และครอบครัว ที่น่ารักทุกคนที่ทำให้เราได้ทำอะไรที่ไม่คิดว่าจะทำได้จนสำเร็จ ขอบคุณบีดิวเพื่อนตัวเล็กที่ตั้งใจ squat ตามคำแนะนำของเราทุกวันเพื่องานนี้ เห็นมั้ยเธอทำได้ และออยที่นั่งรถกลับมาจากขอนแก่น แถมเป็นผู้เรียกเสียงฮาตลอดทริป ขอบคุณชาวบ้านที่มาทำบันไดให้เดินง่าย สุดท้ายขอบคุณตัวเองที่ออกกำลังกายช่วยในการขึ้นเขาครั้งนี้เยอะมากๆ 💪
#ทริปนี้สนุกมากสวยมากคุ้มค่ามาก
#ทีมน้องฟ้าบัดดี้น้องเดย์
#ClimbToChangeALife
#CTCAL3
#ZyMovementFoundation
--------------------------------------------------------


 

น้องเฟย์ & น้องฟิลด์

 

เตี๋ยชัยกับโกวปุ้ม ทีมแฝดเฟย์&ฟิลด์ C7&C8 ค่ะ

เตี๋ยชัยฝากบอกความรู้สึกดังนี้ค่ะ

บรรยากาศวันปีนเขารู้สึกประทับใจว่าทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือเดินไปให้ถึงยอดเขาเทวดา ในชีวิตปกติคนเราต่างมีเป้าหมายของตัวเอง และมุ่งมั่นที่จะไปสู่เป้าหมายนั้นโดยไม่ได้นึกถึงเป้าหมายของคนอื่น แต่เมื่อเรามาปีนเขาด้วยกันจะพบว่าในขณะที่มุ่งมั่นไปให้ถึงเป้าหมายเรา ทุกคนก็ใส่ใจเป้าหมายของคนอื่นด้วยเช่นกัน จึงมีการให้กำลังใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลให้ทุกคนได้เดินไปสู่เป้าหมายนั่นให้สำเร็จเช่นเดียวกัน

ความใส่ใจในเป้าหมายของตัวเองโดยไม่ละทิ้งเป้าหมายของคนอื่น คือความงดงามที่อยากให้ทุกคนนำความรู้สึกดีๆ นี้ติดตัวไปใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปนับจากนี้ เพื่อให้ทุกความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างจะได้งดงามเช่นเดียวกับที่เราสัมผัสได้เมื่อปีนเขาร่วมกันในวันนั้นครับ


สำหรับโกวปุ้มฝากการบ้านไว้ดังนี้นะคะ

จำได้ว่าวันที่โทรหาน้องน้ำตาลเพื่อขอสมัครให้เฟย์ฟิลด์ได้มาร่วมปีนเขานั้นตื่นเต้นมากๆๆๆ ใจเต้นเร็ว มือเย็น ราวกับสาวน้อยได้เจอหนุ่มที่แอบปิ๊งมายืนคุยอยู่ตรงหน้า 5555

ถามตัวเองว่าเพราะอะไรจึงมีอาการเช่นนั้น หัวใจตอบมาว่าดีใจสุดๆ ที่ได้เจอโครงการดีๆ เช่นนี้ และแฝดจะได้มีประสบการณ์เดินเขา เช่นที่เราเคยเดินบนเทือกหิมาลัยทั้งในเนปาลและอินเดียมาเมื่อ 18 ปีก่อน ซึ่งเป็นความประทับใจที่สุดในชีวิต เพราะได้เรียนรู้มากมาย ได้เข้าใจสัจธรรมของชีวิต และเป็นความสุขที่หล่อเลี้ยงหัวใจในยามที่เหนื่อยล้าท้อแท้ได้เสมอ เมื่อหลานจะได้สัมผัสประสบการณ์เช่นเดียวกันจึงตื่นเต้นดีใจจนระงับไว้ไม่อยู่จริงๆ

และด้วยประสบการณ์การเดินบนเขาสูงกว่า 4,600 เมตรจากระดับน้ำทะเลบนเทือกหิมาลัย ทำให้เราไม่กังวลกับการเดินเขาในเมืองไทย เพราะเชื่อว่าเราสามารถเดินถึงได้แน่ๆ แม้ว่าเขาจะสูงชันเพียงใด ใจที่ไม่ยอมแพ้จะพาสองเท้าค่อยๆ ก้าวเดินไปจนถึงเป้าหมายได้

นอกจากนี้จากสภาพแฝดที่สามารถเดินเองได้และมีพลังล้นเหลือ เคยเล่นโดยไม่หยุดต่อเนื่อง 6 ชั่วโมงโดยไม่แสดงทีท่าว่าเพลีย ทำให้เกิดความอหังการว่ายังไงหลานคงเดินขึ้นเขาเองโดยไม่ต้องแบกแน่นอน วันประชุมยังพูดเล่นกันว่าพี่อาสาคงต้องมาช่วยวิ่งตามแฝดมากกว่ามาช่วยแบกมั้ง หุ หุ ยังไม่เจอของจริงก็เงี้ย!!!!

แต่เมื่อเริ่มเดินจากจุดปล่อยตัวไม่กี่เมตร เฟย์ก็บอกเดินไม่ไหวและขอขี่หลังเรา วินาทีนั้นเอง อัตตาก็เริ่มเล็กลง และยิ่งเมื่อเดินมาถึงตีนเขาที่ต้องเริ่มปีน ได้เห็นเส้นทางและความชันของเขาแล้วก็เริ่มตระหนักว่าไม่ใช่งานง่ายของแฝดแล้วละ

ตอนนั้นก็ยังไม่คิดว่าพี่ๆ อาสาในทีมเราจะสามารถแบกเฟย์ฟิลด์ไหวเพราะน้ำหนักไม่ใช่น้อย และทีมเราก็มีแต่ผู้หญิงทุกคนเลย คือ พี่แต๋ม พี่อะตอม พี่ก้อย และพี่ปอย แต่เมื่อพี่ๆ สลับกันมาช่วยแบกแฝดโดยไม่มีท่าทีว่าจะกลัวกับน้ำหนักตัวของน้องแม้แต่น้อย ยิ่งทำให้เราซาบซึ้งในน้ำใจและตื้นตันจนต้องแอบน้ำตาซึมอยู่หลายครั้ง
ระหว่างทางเฟย์ฟิลด์แอบขี้เกียจเดิน และอาจสนุกที่ได้ขี่หลังพี่ๆ ทำให้บอกว่าไม่ไหวหลายครั้ง แต่ด้วยแรงเชียร์ของพี่ๆ อาสา และเสียงให้กำลังใจกันของทีมอื่น รวมทั้งเมื่อถึงจุดพักบอกระยะทาง กำลังใจก็ฟื้นกลับให้ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งเพราะเป้าหมายใกล้เข้ามาทุกที หลายครั้งต้องเตือนแฝดว่าเรามาทำอะไร มาปีนเขาไม่ใช่หรือ เฟย์ฟิลด์ก็ต้องเดินเอง จะได้ภูมิใจไง แฝดจึงยอมเดินอีกครั้ง และในที่สุดทีมเราก็สามารถเดินจนถึงยอดเขาเทวดาได้โดยสำเร็จทุกคน

ขาลงแฝดก็ยังต้องใช้บริการขี่ม้าส่งเมืองเป็นระยะๆ จากพี่อาสาในทีม และพี่อาสาทีมอื่นที่มีน้ำใจมาช่วยสาวๆ ทีมเราแบกแฝด บางช่วงที่ชันมากๆ เราเกรงใจจึงบอกให้ฟิลด์เดินเอง แต่พี่อะตอมสังเกตว่าฟิลด์อาจจะเจ็บเท้าเลยไม่ยอมให้ฟิลด์ลงเดิน เราฟังแล้วอึ้งว่าพี่ช่างมีน้ำใจกับน้องจนลืมความลำบากของตัวเอง ขอบคุณมากๆ จริงๆ ค่ะ ในที่สุดแฝดก็สามารถเดินลงมาจนถึงจุดปล่อยตัว โดยตลอดทางเมื่อใกล้ๆ ถึงก็จะพูดแต่ว่าหิวข้าวๆ ๆ ๆ อยากกินไข่เจียว อยากกินมาม่า 5555

สำหรับเรา แปลกใจตัวเองมากว่าคืนวันศุกร์ก็นอนน้อยมาก เดินทางบนรถบัสก็ไม่ได้นอน นั่งรถกระบะโขยกเขยกก็แทบไม่ได้หลับ แถมยังปีนเขาชันๆ ได้โดยที่ไม่ได้เตรียมฟิตร่างกายมาก่อนเลย เหตุใดจึงไม่รู้สึกเหนื่อยล้า ปวดแข้งปวดขา หรืออ่อนเพลียอย่างที่ควรจะเป็น กลับเหมือนแบตเต็มตลอดเวลา

เมื่อทบทวนดูก็คิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะความมุ่งมั่นที่จะพาแฝดไปถึงยอดเขาให้ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือพลังของกลุ่มที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดี ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล โดยเฉพาะภาพของพี่อาสาทุกคนขันแข็งในการดูแล แบก หาม น้องๆ เพื่อจะพาทุกคนไปสู่ยอดเขาให้ได้ ด้วยความเต็มอกเต็มใจ ไม่มีใครบ่น แถมยังช่วยให้กำลังใจกันตลอด ตลอด รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะทั้งของพี่อาสาและน้องๆ ช่วยให้หัวใจเราอบอุ่น ตื้นตัน เหมือนได้ชาร์จแบตตลอดเวลา จึงไม่รู้สึก
อ่อนล้าเลยจริงๆ

ประสบการณ์วันนี้ทำให้เรียนรู้ว่า ชีวิตคนเราแต่ละคนที่เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ล้วนพึ่งพาความรัก ความเมตตา การช่วยเหลือเกื้อกูล ของผู้คนและสรรพสิ่งรอบตัวมากมายเหลือเกิน เหมือนกับที่น้องๆ ได้รับน้ำใจจากทุกคนจนสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ เมื่อระลึกได้ดังนี้ตัวเราก็เล็กลง ทำให้เราอ่อนน้อมและอ่อนโยนกับผู้คนรอบข้างมากขึ้น และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะสอนแฝดต่อไปว่า หนูปีนขึ้นเขาเทวดาได้เพราะมีพี่ๆ หลายคนช่วยนะ ต้องระลึกถึงบุญคุณทุกคนไว้ด้วย และเราจะสอนให้เขาเป็นผู้ให้เหมือนพี่ๆ อาสาทุกคนด้วย

ทุกวันนี้เวลาเฟย์ฟิลด์จะทำอะไรแล้วไม่ยอมทำให้เสร็จ หรือเวลาเจออะไรยากๆ และไม่อยากทำให้สำเร็จ เราจะบอกเขาว่าหนูเดินขึ้นยอดเขาเทวดามาแล้ว ทางก็เดินยาก ชันก็ชัน หนูยังเดินจนสำเร็จ เรื่องแค่นี้ก็ต้องทำสำเร็จได้ เมื่อพูดอย่างนี้ทีไรแฝดจะหยุดฟังแล้วก็มาทำสิ่งนั้นจนสำเร็จทุกครั้ง

นี่คือเมล็ดพันธุ์ที่โครงการปีนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิต ครั้งที่ 3 ได้ฝากไว้ในใจแฝดและเราค่ะ เราจะหมั่นรดน้ำ บำรุงให้เมล็ดพันธุ์ของความมุ่งมั่น พยายาม ความมีน้ำใจ เสียสละ กตัญญู เหล่านี้งอกงามในใจแฝดตลอดไป

ขอบคุณมูลนิธิ ซาย มูฟเมนต์ ที่ทำให้สิ่งที่เราไม่เคยกล้าฝันได้กลายเป็นจริงในวันนี้ ขอบคุณทีมงาน ขอบคุณพี่ๆ อาสา และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มองเห็นพวกเราครอบครัวที่มีลูกเป็นเด็กพิการ และมีน้ำใจต่อเราถึงเพียงนี้ พวกคุณทำให้หัวใจเราอบอุ่นว่า ยังมีไมตรี มิตรภาพ และความรักให้กับผู้คนที่แตกต่าง ขอบคุณจากใจจริงๆ ค่ะ


 

--------------------------------------------------------

กลุ่มน้องเฟย์ น้องฟิลด์ พี่อาสามีพี่แต๋ม. พี่ปอย พี่ก้อย และพี่อะตอม

ความประทับใจแรกที่สำผัสได้ คือความรัก มีคนเคยให้นิยามรักไว้หลายต่อหลายคน สุดแต่ว่าใครจะคิดได้ ถ้ารักคือการให้ กิจกรรมนี้ก็ตอบโจทย์ได้แทบทั้งหมด เราจะเห็นได้ตลอดการเดินทางว่า แต่ละก้าวที่เราเดินไปด้วยกัน. เราไม่ได้ปล่อยให้อีกคนเดินลำพัง มีมืออีกมือยื่นมาคอยพยุงเราไว้เสมอ มีน้ำใจ ให้กันตลอด. ถ้ารักคือความเสียสละ ก็คงจะเป็นครั้งนี้ที่ทุกคนยอมเสียสละเวลาเพื่อกิจกรรมนี้ อยากบอกว่าน้องๆที่เราเจอคือ บุคคลที่โชคดี ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส พบเจอสิ่งดีๆแบบนี้ กิิจกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ  บางครั้งเราอาจจะชิน กับการเป็นผู้รับมากกว่าผู้ให้แต่การที่เราได้มีโอกาสให้กับคนอื่น เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก ทำให้เราได้รับทั้งความสุข รอยยิ้ม มิตรภาพ  เสียงหัวเราะจากคนที่เราไม่เคยรุ้จักมาก่อน
เป็นความสุขที่เกิดจากหัวใจ พร้อมที่จะให้ด้วยความเต็มใจ
การให้ย่อมมีความสุขกว่าการรับเสมอ

ส่งการบ้านค่ะ พี่แต๋ม ทีมน้องเฟย์-น้องฟิลด์ ครั้งแรกที่ได้รับข่าวกิจกรรม ก็ตอบตกลงโดยไม่คิด ตอนนั้นอยู่กับพี่น้ำตาล พี่น้ำตาลก็จะพูดถึงเรื่องกิจกรรมให้ฟังตลอด ขอบคุณที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ ทำให้เราได้เจอกับสิ่งใหม่ๆ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ภาพและความรู้สึกที่ได้รับจากที่เราไปปีนเขามา มันยังคงอยู่และรู้สึกได้ว่า เรา มีครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งครอบครัว คือ ครอบครัวน้องเฟย์และน้องฟิลด์ น้องๆน่ารักค่ะ เก่ง และสู้จนถึงยอดเข้า เราไปด้วยกันโดยที่เราช่วยกัน เหมือนที่พูดไว้เลยค่ะ "เฟย์ฟิลด์ก้าวอย่างมั่นใจ เพราะเราจะจับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน" ขอบคุณกิจกรรมแบบนี้มากๆๆค่ะ


--------------------------------------------------------

ปอย ทีมเฟย์-ฟิลด์ค่ะ
แว๊บแรกที่เห็นประกาศรับสมัครอาสาของโครงการนี้ คือ อยากมาอ่ะ แต่พอมาแล้ว ได้เจอน้องเฟย์-ฟิลด์ ได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ เรารู้เลยว่า นี้คือสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ตัดสินใจมา เพราะ นอกจากการได้สัมผัสความน่ารักของน้องๆ ทึ่งในความทุ่มเทของครอบครัวในการดูแลน้องๆ แล้ว สิ่งที่ยังได้จากการเข้าร่วมโครงการ Climb to change a life  คือ การได้เรียนรู้ชีวิต ในอีกมุมหนึ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น
เมื่อก่อนเวลาเห็นเด็กพิการ หรือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เราจะแค่รู้สึกว่า "ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน" แค่นั้นจบ แล้วก็เดินจากไป
แต่หลังจากการเข้าร่วมโครงการ เรารู้แล้วว่า เด็กๆเหล่านี้มีศักยภาพ มีความสามารถทัดเทียมกับเด็กทั่วๆไป
ต่อจากนี้...
มันต้องไม่ใช่แค่ความรู้สึกสงสารอีกต่อไป มันต้องไม่ใช่การมองว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กพิเศษ หรือด้อยโอกาส แต่ต้องมองว่าเด็กทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เพียงแต่เราต้องให้โอกาส เชื่อมั่น และช่วยกันผลักดัน เพื่อให้น้องๆได้แสดงศักยภาพที่ตนเองมีออกมา
ทุกคนจะต้องมีที่ยืนในสังคมอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคซึ่งกันและกัน

ขอบคุณเฟย์ ฟิลด์ และครอบครัวของน้องๆ รวมถึงน้องแต๋ม น้องก้อย และน้องอะตอม สำหรับประสบการณ์และความทรงจำดีๆที่มีร่วมกันค่ะ
ขอบคุณ Zy Movement Foundation สำหรับกิจกรรมดีๆ
ขอบคุณพี่ๆอาสาทุกคน สำหรับพลังแห่งความดี
ขอบคุณทุกๆคน ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง ที่ทำให้เสาร์-อาทิตย์นั้นคุ้มค่าและมีความหมาย ^^


--------------------------------------------------------

น้องภูมิ

ครอบครัวช้างอยู่

ครั้งแรกที่ได้มาร่วมกิจกรรม Climb to Change a Life (CTCAL) ครั้งที่ 2 กับครั้งนี้รู้สึกเหมือนกันตรงที่ได้เห็นถึงพลังกาย พลังใจ ที่จะปีนป่ายไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ แต่ครั้งนั้นก็ปีนป่ายไปด้วยความกังวลใจว่า น้องภูมิจะทำได้หรือไม่ จะสู้หรือไม่ และเราก็ได้คำตอบว่า  น้องภูมิทำได้ ทำได้จริงๆ

สำหรับครั้งนี้ มันแตกต่างกันตรงที่เรามาพร้อมกับความมุ่งมั่นของลูกที่มั่นใจว่าจะทำได้อีกครั้ง

และได้เห็นภาพความประทับใจระหว่างเดินทางมากมาย ทุกครอบครัวที่ใจสู้ พี่อาสาทุกคนที่มาด้วยใจเกินร้อย  ขอบคุณโครงการดีๆ ที่ให้เราได้มาเจอกัน ... จบด้วยรอยยิ้มครับ

--------------------------------------------------------

พี่มิ้น ทีมน้องภูมิ

"เราทุกคนคือคนพิเศษ"

ทุกสิ่งสวยงามจากมุมที่เราเลือกมอง

ขอบคุณแจงที่มาชวนไปอาสาพาน้องๆ ปีนเขา ไม่มีแจงไม่ได้ไป

ขอบคุณZy movement ที่จัดกิจกรรมนี้ส่งต่อรอยยิ้ม ความสุข และโอกาสดีดีให้น้องๆ ครอบครัว และพี่อาสา

ขอบคุณครอบครัวน้องภูมิ ที่เลี้ยงน้องภูมิอย่างเข้มแข็ง อดทนและไม่ย่อท้อต่อระยะทาง
ไม่น่าเชื่อเลยว่า เด็กตัวเล็กๆ นิดเดียวสามารถพิชิตยอดเขาโดยไม่บ่น ไม่ท้อ ไม่เลิก ใจสู้จนมิ้นยังนับถือหัวใจ ถ้าขึ้นไปไม่ถึงอายน้องเลย:)

ขอบคุณมิตรภาพจากทุกคนค่ะ เราต่างเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันที่นี่จึงมีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความสุข

สุดท้ายอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสให้โอกาสตัวเองมาปีนเพื่อเปลี่ยนความคิดบางอย่างจะได้กลับไปพร้อมพลังอย่างเต็มเปี่ยม

อยากให้พ่อแม่คนอื่นๆ พาน้องๆ มาร่วมกิจกรรม มาเห็นโลกกว้าง มาเรียนรู้ชีวิตที่มีคุณค่าอย่างเข้มแข็งเหมือนที่มิ้นได้เรียนรู้จากกิจกรรมครั้งนี้

เราทุกคนต่างเป็นคนพิเศษจริงๆ ค่ะ :)

--------------------------------------------------------

พี่รี่เฟิร์น  ทีมน้องภูมิ C19 ค่ะ


บางทีการได้เป็นผู้ให้ มันก็ทำให้สุขใจแบบบอกไม่ถูก ด้วยความระยะทางกว่า 800 ม. ที่สำคัญชันมากๆๆๆๆๆ หินลื่นอีกด้วย พึ่งมาทราบภายหลังว่าก่อนพวกเราจะมาทำกิจกรรม ชาวบ้านและพี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ระดมสรรพกำลังมาถากทางเดินเพื่อทำขั้นบันไดให้น้องๆ อันนี้ปลื้มใจมากๆค่ะ เพราะถ้าไม่มีทางเดินของพี่ๆ ก็ไม่รู้ว่าเราจะใช้เวลาเท่าไรกว่าจะไปถึงยอดเขาได้

ระยะทางกว่า 800 ม.นี้ พวกเราได้เรียนรู้ร่วมกัน ในการเป็นผู้ให้และผู้รับ เราได้รับความรักจากน้องๆและครอบครัว รวมถึงพี่ๆทุกคนที่พร้อมใจกันเดิน คอยให้กำลังใจและดูแลกันไปตลอดทาง ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เสียสละและทุ่มเทเพื่อน้องจะได้มีโอกาสได้เห็นในสิ่งที่เค้าไม่เคยเห็น และไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับน้องเลย

แต่ทุกคนทำสำเร็จ อาจมีร้องไห้งอแงบ้าง หยุดพักเดินไม่ไหวบ้าง ล้มบ้าง แต่ก็สู้ไปด้วยกัน ไม่มีสักคนที่ไม่ขึ้นถึงยอดเขา ขอยอมรับเลยว่าใจน้องๆใหญ่จริงๆ เราเองเป็นคนที่เดินได้ปกติยังแทบถอดใจยอมแพ้ แต่น้องตอบแทนพวกเราด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ นั่นคือของขวัญแสนล้ำค่าของการจัดทริปนี้แล้ว!!

และที่สำคัญอยู่ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ต มันทำให้เราเห็นอีกโลกที่ทุกวันนี้คนแทบจะคุยกับตัวเองผ่านมือถือ ทุกคนมีเวลาอยู่กับตัวเอง เห็นความสำคัญของคนรอบข้างมากขึ้น เรียนรู้และแบ่งปันซึ่งกันและกัน มันคือความสงบทางใจที่ทำให้เคารพตัวเองมากขึ้น ฟังเสียงและทบทวนตัวเองในหลายๆเรื่อง

ขอบคุณประสบการณ์การและความทรงจำดีๆที่ผ่านมาในชีวิต จนได้มีวันนี้ แม้จะต้องกินยาแก้แพ้กับสภาพอากาศ แม้จะปวดเมื่อย(จากการไม่ค่อยออกกำลังกาย)เหมือนร่างจะแหลกสลาย(อันนี้เวอร์มาก) แต่ก็ยังยิ้มได้แค่เห็นรอยยิ้มของเด็กๆมันก็สุขใจจนบอกไม่ถูกจริงๆ

Climb to change around the world.
Love all around.

 

--------------------------------------------------------


 

 

น้องมุก


 

ครอบครัวทีมน้องมุก#C9

เป็นกิจกรรมที่ท้าทาย กับครอบครัวน้องมุกมากๆเลยค่ะ (น้องมุกพึ่งผ่าข้อสะโพกข้างซ้ายมาได้แค่4ด.)

ทำให้น้องยังกางขาได้ไม่มาก จึงไม่สามารถจะใช้เปลมุ้งได้ ทีมงานจึงเปลี่ยนเปลมุ้งมาเป็น เปลสนาม ที่ใช้4คนหาม ถึงเวลาจะใช้จริงๆ เจ้าหน้าที่อุทยานพุเตย และพี่
ๆอาสา รวมถึงคุณพ่อด้วย เห็นตรงว่าน่าจะขึ้นไปลำบากด้วยทางลาดชันไปไม่ถึงที่หมายแน่น  จึงหาวิธีที่จะทำให้ขึ้น ผู้หามและผู้ถูกหามขึ้นอย่างสบายด้วย

จึงใช้เปลของเจ้าหน้าอุทยานพุเตยแทนค่ะ เปลี่ยน4คนหาม มาเป็น 2คนหามต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าอุทยานด้วยค่ะ เสียดายแม่ไม่ได้ถ่ายรูปเจ้าหน้าระหว่างกำลังมัดทำเปลให้น้องมุกค่ะ

ถึงเวลาที่จะต้องหามน้องมุก จริงแล้วนะค่ะ แม่กับพ่อ มีความประทับใจพี่อาสามากๆ พี่หนุ่ย กับ พี่เบย์ นะค่ะ น่ารักมากๆรับอาสาแบกน้องด้วยสีน่ายิ้มแย้มด้วยความเต็ม กลุ่มเราทำงานเป็นทีม และสามัคคีกัน เวลาแบกหามต้องใช้ 2คน ระหว่างทางแม่ก็จะถามพี่หนุ่ยกับพี่เบย์ไว้มั้ยค่ะ  พี่ๆก็บอกว่ายังไว้คับ  ถึงช่วงถึงก็ได้สับเปลี่ยนกับ  พ่อกับพี่แม็กด้วยนะค่ะ  ก็ไปช่วงระหว่าง500-600ม. ทุกคนเริ่มอ่อนล้ากันมาก โดยเฉพาะแม่เริ่มถอนใจแล้วไม่ไว้จริงๆ ขาสั่นใจสั่นมากๆ หูอือมากในช่วง600ม แต่แม่ใจแม่สู้ น้องมุกกับพี่แม็กพ่อพี่อาสาขึ้นไปร
อช่วง700ม.

ทำให้เรารู้ว่าทุกคนจะไม่ทิ้งแม้มีอุปสรรคขวางกั้น เราก็ผ่านไปด้วยกัน ในที่สุดทีมน้องมุกก็ถึงยอดเขาเทวดาอย่างภาคภูมิใจ

ถึงเวลาลง ทีมน้องมุกก็เปลี่ยนจากการหามมาเป็นอุ้มลงมากัน  ทำให้ลงได้เร็วเลยค่ะ ขาลงก็ใช้พี่อาสาทุกคนเลย  ขอบคุณพี่อาสามากๆค่ะ

ณ.ปลายทางแห่งนี้
  จากการไปครั้งนี้มันคุ้มค่าได้อะไร หลายอย่างจากสิ่งที่ท้าทาย  คิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปได้ ทำให้เกิดสายใยแห่งความรักและความผูกพันองความครัว ที่เรามีลูกที่น่ารักในความพิเศษของเค้า
ในวันที่เราพาน้องไปสู่สิ่งที่ท้าท้าย และอยากถามว่าลูกทำอะไรเพื่อเรา--เราต่างหากที่ทำอะไรเพื่อลูก    


สิ่งที่เราคิดเราทำสามารถมาประยุกใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อความหนักแน่น ความมั่นคง เป็นสายใยแห่งความรักของครอบครัวตลอดไป

เป็นการเรียนรู้สู้โลกกว้างของน้องมุก ที่ไร้พรมแดน


--------------------------------------------------------
น้องแมมมอส

พี่ทราย (นันท์) ทีมน้องเเมมมอส C13
เเทนความรู้สึก เเละคำขอบคุณ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เติมเต็มหัวใจดวงน้อยๆ
ณ วันที่ 21 พ.ย. 2558 เป้าหมายปลายทางคือยอดเขาเทวดา
วันนั้น..ขอรับไม้เเรกในการอุ้มน้องเเมมมอส ขี้นหลัง เดินไปได้เพียงระยะทาง 100 เมตรกว่า เเละต้องหยุด
เพราะว่าใจเต้นเเรงมาก เหมือนเเทบจะขาดใจ จึงตัดสินใจขอเปลี่ยนกับน้องอาสาในทีม
ในใจตอนนั้น...รู้สึกเเย่มาก ที่เราก็ต้องปล่อยให้ทีมเดินล่วงหน้าไปก่อน เพราะความหวังในตอนนั้น คือ น้อง ต้องไปให้ถึงยอดเขาเทวดาเหมือนทีมอื่นๆ ให้ได้
เเละความหวังนั้นก็เป็นจริง ดีใจมากที่ทุกคนถึงเป้าหมาย
ขอนับถือใจของครอบครัวน้องเเมมมอส เเละน้องทีมอาสาอีก 2 คน (น้องอ้ัน เเละน้องดิว)
ที่พาน้องสู่ยอดเขาเทวดาอย่างที่ตั้งใจไว้ รับรู้ถึงความห่วงใยที่เรามีให้กัน พร้อมจะเดินไปด้วยกัน
คอยระวังหากต้องมีอันตราย เชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทีมเราก็จะไม่ทิ้งกัน
...ทุกคนล้วนต่างมีที่มาที่เเตกต่างกัน เเต่ระยะเวลาเพียงสั้นๆ ไม่น่าเชื่อ ทุกคนจะมาบรรจบกันได้
จนถึงวันนี้ หัวใจยังรู้สึกพองโตอยู่เลย (เชื่อว่ามีอีกหลายคนก็เป็นเช่นกัน) เเม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า จนเเทบขาดใจ เเต่หัวใจยังสู้ เชื่อว่าทุกคนทำได้
...ขอบคุณโอกาสดีๆ ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มใจ จากมูลนิธิ zy movement : climb to change a life คุณรู้มั้ยเเรงบันดาลใจของคุณนำมาซึ่งการเสริมสร้างพลังใจ การเห็นคุณค่าในตัวเองของเด็ก ครอบครัว เเละเเม้กระทั่งตัวพี่อาสาเอง "เมื่อร่างกายเรามีไม่เท่าคนอื่นเเต่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะทำเเบบคนอื่นได้"
...ขอบคุณน้องอั้น น้องดิว น้องในทีม ที่คอยถามตลอดว่าพี่ทรายโอเคมั้ย
...ขอบคุณน้องปลา ทีมบั้ดดี้ ที่อยู่เป็นเพื่อน
...ขอบคุณพี่หมี พี่เฉียบ เเละพี่ๆ อาสาทุกคนที่มาเจอกัน มีความตั้งใจเเละมีเป้าหมายเดียวกัน
...ขอบคุณทีมงานของ zy movement ทุกๆท่าน ที่เเม้จะเหนื่อยเเค่ไหนก็ยังเห็นรอยยิ้มเสมอ
...ขอบคุณจากใจค่ะ ^^
"มันเป็นการให้ที่เเปลก เพราะเมื่่อให้ไปเเล้วเรากลับได้รับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า" ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า เราคนคนนึง สามารถเติมเต็มใจให้ใครหลายๆคนได้ ทำต่อไปเถอะค่ะ ถ้าร่างกายยังไหวอยู่
...ยาวไปหน่อยนะคะ ขอบคุณที่เเวะมาอ่าน หวังว่าเมื่อคุณอ่านจบเเล้วจะยิ้มเหมือนทรายนะคะ ^^
...สุดท้าย หวังว่าเราคงได้พบกันใหม่ :)

--------------------------------------------------------
พี่ดิวทีม c13 น้องแมมมอสครับ
   มีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนครับ นั่นคือเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้ ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลว่าจะสามารถพาน้องไปถึงเส้นชัยหรือไม่ จะทำให้น้องเกิดอันตรายหรือเปล่า เนื่องจากน้องแมมมอสหนักเกือบเท่าครึ่งนึงของพี่ดิวเลย คุณเเม่ยังทักว่า พี่ดิวจะแบกน้องแมมมอส หรือน้องแมมมอสจะแบกพี่ดิวขึ้นยอดเขาเทวดาเนี่ย^^  แต่ผมก็ได้เปลี่ยนแปลงความกลัวนั้นให้เป็นความเตรียมพร้อมทั้งการออกกำลังกาย รวมถึงกำลังใจที่น่ารักจากเพื่อนทุกคน ที่นำน้องแมมมอสไปสู่เป้าหมาย ถึงแม้จะผ่านมันมาอย่างไม่ง่ายเลยก็ตาม เเละสิ่งที่ได้มามากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือรอยยิ้มของทุกคน กลับกลายเป็นสิ่งที่สื่อถึงความสุขอีกขั้นนั่นคือน้ำตาแห่งความปลื้มใจและภาคภูมิใจของครอบครัวน้องๆ เเละมันก็เป็นส่วนนึงของความทรงจำที่ดีของทั้งครอบครัว พี่อาสา เเละพี่ทีมงานใจดี ที่จะกระเพื่อมความสุขจากจากให้  ให้เป็นวงกว้างต่อไปอีกเรื่อยๆครับ
#ทีมน้องแมมมอส
#ทีมบัดดี้น้องบอส
#หัวหน้าพี่ทราย
#พี่อั้นเบสบั๊ดดี้
#เพื่อนภวยผลัดเดียว800เมตร
#stronger than other girls in the world

 

--------------------------------------------------------