ตัวอย่างเคสที่ประสบความสำเร็จ จากการบำบัดด้วย Vojta

 เรื่องเล่าจากเคสที่บำบัดด้วย Vojta

 

-

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

"..สำหรับตัวคุณพ่อเอง มีความเชื่อมั่นในศาสตร์วอยต้า แม้ว่าพัฒนาการของน้องยังไม่ได้ดีขึ้นถึงที่สุด แต่คิดว่าการใช้วอยต้าของคุณพ่อ ยังอยู่ในระหว่างทางไปสู่ความสำเร็จ และยังต้องทำให้ได้สม่ำเสมออย่างต่อเนื่องไปอีก เพื่อการพัฒนาที่เห็นผลชัดเจนขึ้น.." คุณพ่อของน้องเซนเล่าประสบการณ์ การใช้วอยต้า ให้เราฟัง

----------------------------------

แบ่งปันประสบการณ์การกดจุดวอยต้า ฉบับทีมฤทธิ-เซน

ภูมิหลัง

ผม พ่อฤทธิ์ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ส่วนลูกชายผม น้องอุลตร้าเซน ตอนนี้อายุ 3.10 ขวบ มีภาวะอัลฟี่ซินโดรม ภาวะทางโครโมโซมคู่ที่ 9 ขาดแหว่งไป เป็นภาวะที่หาได้ยาก ในประเทศไทยมี 4 รายเท่าที่ทราบ ณ ขณะนี้ , อาการโดยรวมคล้ายดาวน์ซินโดรม ในส่วนของน้องอุลตร้าเซน มีภาวะกะโหลกศีรษะผิดรูป พัฒนาการล่าช้ารอบด้าน กล้ามเนื้อนุ่มนิ่ม ความตึงตัวของกล้ามเนื้อต่ำ ปัจจุบัน ยังไม่พูด ยังไม่ยืน ยังไม่เดิน แต่คลานแบบกระต่าย มือคู่ไปข้างหน้าแล้วตามด้วยเข่าคู่ แล้วเริ่มมือคู่ใหม่ วนไปเรื่อยๆ

รู้จักวอยต้าได้อย่างไร?

รู้จักครั้งแรก เมื่อผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง อาสาพาผมและลูกไปพบครูนักกายภาพบำบัดท่านหนึ่งที่อบรมวอยต้ามา ครูประเมินให้ และให้การบ้านท่าแรกมา แต่ผมไม่ได้ทำต่อเนื่องเอง ต่อมา ทราบมาว่า สถาบันที่ฝึกลูกอยู่ เขาก็มีโปรแกรมวอยต้าเหมือนกัน ก็เลยลองติดต่อดู รอคิวกันนานเหมือนกัน แต่ก็เข้าได้ในที่สุด

เริ่มวอยต้าครั้งแรกๆ แล้วเป็นอย่างไร?

ตอนแรกรู้จักวอยต้าท่าเดียวจากครูคนแรก พอครูคนที่สอง ครูก็ให้การบ้านท่าเดียวท่าแรกเหมือนครูคนแรก อันนี้ไม่เป็นปัญหา ที่เป็นปัญหาคือ ท่าต่อๆ ไป แล้วมีท่านอนคว่ำ ที่ต้องประคองศีรษะไว้ในท่าทางที่กำหนด อุลตร้าเซนก็ร้องโวยวาย แบบอั้นๆ ที่ถูกประคองกดศีรษะเอาไว้ ทีนี้ผมเกิดความกลัวขึ้นมา เพราะอุลตร้าเซนผ่าตัดกะโหลกศีรษะมา ไม่อยากให้บล็อคท่ากะโหลกศีรษะแบบนี้เลย เป็นความกังวลใจของผมเอง ไม่ใช่วิทยาศาสตร์หรอก เพราะหมอที่ผ่าตัดกะโหลกศีรษะบอกเอาไว้ตั้งแต่หลังผ่าแล้วว่า พอกะโหลกมันเชื่อมกันแล้ว ไม่ต้องกังวลว่า จะโหม่งฟุตบอลไม่ได้ ทำโยคะเอาหัวลงยังได้เลย...แต่ก็กังวลอยู่ดี เข้าโปรแกรมวอยต้าได้สองครั้ง ก็ว่าจะขอออกจากโปรแกรมแล้ว กลัว แหม ผ่าตัดกะโหลกนี้ ค่าใช้จ่ายเป็นแสนเลย เบิกไม่ได้ก็ 6 หมื่น (ค่าน็อตละลายได้ที่เบิกไม่ได้) ฐานะที่บ้านก็หืดขึ้นคอครับ

แล้วทำไมกลับมาแนวทางวอยต้าอีก?

ช่วงนั้นผมก็ห่างๆ ครูไปเอง อาศัยว่า ครูบอกให้ไปหาหมอผ่าตัดกะโหลก ปรึกษาว่า กดจุดวอยต้าได้หรือไม่ ก็เลยห่างๆ ครู ไปก่อน

แต่จุดพลิกผันมันอยู่ที่ มีวันหนึ่งกลับจากโรงพยาบาล นั่งแท็กซี่มา แล้วนั่งอยู่ด้านหลัง ลูกก็ปีนป่าย พยายามยืนเข่า แล้วมีรถตัดหน้ารถตุ๊กๆ คันก่อนหน้าพอดีที่สี่แยกสถาบันที่ฝึกลูก รถตุ๊กๆ หยุดกะทันหัน รถแท็กซีั่ก็เลยเบรคกะทันหัน ส่วนเจ้าลูกชายก็เลยล้มลงกะทันหัน ผมจับแล้ว แต่จับได้ปลายๆ สุดท้ายหลุดมือ หัวกระแทกพื้นอย่างจัง ...ใจเสีย พอลงจากรถแท็กซี่....เลือดอาบหน้า ใจยิ่งแป้ว ก็พาไปทำแผลที่สถาบันนั่นแหละ แผลกว้างแบบก้ำกึงว่าจะต้องเย็บหรือไม่เย็บ ส่งไปปรึกษาหมอที่อนามัยเพิ่มเติม สรุปไม่ต้องเย็บ (กะโหลกศีรษะผิวบาง เย็บลำบาก) หลังจากนั้นเก็บตัวอยู่เป็นอาทิตย์ ไม่แน่ใจว่าจะกระทบกับแผลผ่าตัดหรือไม่

สังเกตอาการสองสามวัน แล้วรีบไปขอพบหมอศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดทันที ปรึกษา หมอคลำกะโหลกแล้วบอก ไม่เป็นอะไรหรอก สบาย หายห่วง

(หลังจากเหตุการณ์นี้ ผมนั่งแท็กซี่ทีไร ให้ลูกรัดเข็มขัดนิรภัยตลอด แม้จะนั่งเบาะหลังก็ตาม รถแท็กซี่คันไหน มีแต่เข็มขัดฯ ไม่มีเต้าเสียบ ผมก็หาอุปกรณ์มาช่วยเสริมให้รัดเข็มขัดได้ เข็ดฮะ)

เหตุการณ์นี้ทำให้ได้คิดว่า ขนาดหัวกระแทกพื้นรถจังๆ ยังไม่เป็นไรเลย กดจุดวอยต้า ประคองหัวแค่นี้ จิ๊บๆ ฮะ ก็เลยตัดสินใจเข้าโปรแกรมวอยต้า แบบลองดูไปก่อน

ลองแนวทางวอยต้าแล้วเป็นอย่างไร?

ช่วงแรกๆ ลูกก็ดิ้น ร้องโวยวาย และผมก็ไม่ค่อยได้ทำเองที่บ้าน ยังแบบดูๆ ไปก่อน จนเริ่มตั้งหลักได้สักเดือนหนึ่งที่เริ่มโปรแกรม ก็เริ่มทำที่บ้าน ลูกก็ร้องโวยวาย แต่ไม่ได้ดิ้นหนีทุรนทุรายอะไรมาก เพราะผมดุ ดิ้นหนีผมก็ล็อคไม่ให้ดิ้นได้ ลูกเลยยอม สรุปดิ้นยังไง ก็ต้องโดนกดอยู่ดี ลูกก็เลยร้องๆ แต่ไม่ถึงขั้นแหกปาก

ยิ่งได้ทำตาม ได้พูดคุยกับครู ครูก็ดี๊ดี ผมถามอะไร ครูตอบละเอียดมาก จนส่วนตัวแล้ว ผมชอบบุคลิกของครูที่ค้นคว้า สงสัย ตั้งคำถาม ทดสอบสมมติฐาน ครูก็ไม่ใช่คนเชื่ออะไรง่ายๆ เหมือนกัน คือ ถ้าคนบุคลิกแบบนี้บอกว่าอะไรดี ผมก็เชื่อครับ ผมศรัทธา แต่ก็ไม่ใช่ศรัทธาแบบไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาตร์นะ ครูก็ชี้ให้เห็นว่าก่อนทำ หลังทำ อะไรเปลี่ยนแปลง ชี้ให้เห็นเสมอๆ แต่ด้วยสายตาผม ตอนแรกผมก็ไม่ทราบว่า แตกต่างอย่างไร ดีขึ้นอย่างไร แต่พอครูบอก ผมถึงทราบ นับจากนั้นผมก็เลยพอจะเดาความคิดของนักกายภาพบำบัดได้ว่า เวลาเขาดูอะไร เขาโฟกัสเป็นรายกล้ามเนื้อแต่ละกลุ่มมัดกันเลย การเคลื่อนไหวแต่ละองศา การเคลื่อนไหวนี้ใช้กล้ามเนื้ออะไร การเคลื่อนไหวแบบไหน กำลังใช้กล้ามเนื้ออะไรทดแทน ฯลฯ หือ! ถ้าครูไม่ชี้ให้ดู ผมก็ไม่เห็นแน่ๆ ฮะ

สิ่งที่ให้น้ำหนักในการตัดสินใจเลือกแนวทางนี้ อีกเรื่องก็คือ สำหรับผมแล้ว การฝึกอะไรที่อุลตร้าเซนร้องไห้น้อย อันนั้นเวิร์กครับ เป็นเด็กที่ร้องไห้ได้ง่ายๆ น้ำตาร่วงราวกับที่เห็นในละคร แล้วเจ้าลูกชายก็ร้องไห้กับการฝึกกายภาพบำบัดแบบ functional movement มากกว่า ร้องไห้กับการกดจุดวอยต้า

ก็ในเมื่อศาสตร์วอยต้า claim ว่า สามารถบำบัดได้โดยไม่ต้องบำบัดแบบ functional movement ผมก็เลยเลือกจริงจังกับวอยต้าดีกว่า ลูกร้องน้อยกว่า

พอจริงจังกับวอยต้าแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?

ก็ลำบากและเหน็ดเหนื่อยกับการทำรอบ 3-4 รอบ ต่อวัน อยู่เหมือนกัน แต่พอเริ่มทำไปสักพัก ก็เฉยๆ กลับรู้สึกเหมือนได้ทำสมาธิด้วยซ้ำไป ไม่ได้รู้สึกแบบ "ถึงเวลากดอีกแล้วเหรอว๊าาาาา" แต่รู้สึกแบบ "ได้เวลาทำสมาธิแล้ว" ก็สงบๆ ไป

ส่วนผลที่เกิดกับลูกก็ดีขึ้นเป็นส่วนๆ เคยถามครูว่า ที่ดีขึ้นแบบนั้นนี้โน้น เป็นเพราะวอยต้าใช่ไหม ครูบอกว่า แล้วคุณพ่อฝึกแบบอื่นอยู่ไหม? ผมตอบ ป่าวไม่ได้ฝึก ครูเลยตอบว่า ก็แสดงว่าเป็นเพราะวอยต้า อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาสะท้อนกลับของเจ้าลูกชาย ยังมาไม่ครบ การเห็นผลจึงต้องใช้เวลานาน

ความร่วมมือของลูกก็ดีขึ้น ให้ความร่วมมือ ไม่ค่อยโวยวาย ไม่ดิ้นหนีทุรนทุราย มีบ่นๆ ไม่เป็นภาษาบ้าง พลิกตัวหนีบ้าง แต่ไม่ได้เลวร้ายอะไร

ปัญหาและอุปสรรค?

1) ปัญหาใหญ่เลย คือ ผมไม่ได้เป็นคนมีวินัย ทำอะไรเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่ต้องกดจุดให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ ก็ต้องปรับเปลี่ยนตนเองพอสมควร มักจะทำได้ราวๆ 2-3 เดือน แล้วพอมีอะไรเข้ามาในชีวิต จังหวะเสีย ก็เว้นไปอีกหลายเดือน กว่าจะได้กลับมาทำใหม่ 

2) อุลตร้าเซนแพ้น้ำลายตนเอง เวลากดท่านอนคว่ำ น้ำลายไหลย้อยที่บริเวณเหนือริมฝึปากบน ตอนกดบ่อยๆ จะเป็นปื้นแดงๆ เลย พอช่วงไหนไม่กดจุดนานหลายสัปดาห์ ก็ไม่เป็นเลย ก็บรรเทาปัญหานี้ด้วยการใช้วาสลีน ทาไป กดไป ปื้นน้อยลง อันนี้ต้องขอบคุณอาจารย์ผู้ใหญ่ด้านพัฒนาการเด็กคนหนึ่งที่ช่วยชี้ความเป็นไปได้นี้ ไม่งั้นงมอยู่นานว่าสาเหตุจากอะไร 

3) อันนี้สำคัญ ส่วนตัวมองว่า การกดจุดเป็นการสื่อสารระดับพลังงานของจิตคนกด สู่จิตคนถูกกด ด้วยเหมือนกัน ช่วงไหนที่อารมณ์ผมลึกๆ ขุ่นมัว แม้พฤติกรรมภายนอกจะไม่แสดงออก แต่เวลากดจุด มันถ่ายทอดพลังงานถึงกันได้จริงๆ สังเกตเลยถ้าผมอารมณ์ลบข้างใน กดจุดไป ลูกยิ่งแย่ กระวนกระวาย อารมณ์ลูกยิ่งไม่ดี กระสับกระส่าย ช่วงนั้น ผมเอง หลายเรื่อง หย่าร้าง ย้ายที่อยู่ พ่อเสีย อกหัก ย้ายที่อยู่อีกรอบ ห่างหายจากการกดจุดไปเกือบปี จะเริ่มๆ ทีไร ก็มีเหตุให้ชีวิตไม่นิ่ง อารมณ์ขุ่นมัวข้างใน ดังนั้น การควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้ ทำจิตให้ผ่องใสเสมอๆ จึงสำคัญมาก

4) เวลากดจุดอุลตร้าเซน ข้อห้ามคือ ห้ามจับอุลตร้าเซนลุกขึ้นมานั่งแล้วเปลีย่นท่าเด็ดขาด เพราะอุลตร้าเซนจะนึกว่าเสร็จแล้ว พอจะทำต่อ มีร้องไห้เสียใจ งอแงเลย ดังนั้น ให้เปลี่ยนท่า โดยไม่จับมานั่ง ส่วนตัวผม ผมชอบใช้โต๊ะ ผมอาศัยเดินรอบโต๊ะ ลูกอยู่แนวทิศเดิม เพียงแต่นอนหงาย นอนตะแคง นอนคว่ำ แล้วผมเดินสลับด้านเอาแทน 

5) บางครั้งอุลตร้าเซนป่วยๆ ก็ไม่ได้กดจุด แบบตัวร้อนๆ รุมๆ อันที่จริง ทราบมาว่า มีกำหนดอุณหภูมิว่า เท่าไหร่ถึงจะห้ามกดจุด เพราะการกดจุดวอยต้าเหนี่ยวนำให้ไข้สูงขึ้นได้ในบางราย แต่ส่วนตัวผม ถ้าลูกตัวรุมๆ ก็ไม่กด ไม่นวดแล้วครับ บางครั้งมันก็กินเวลาไปเป็นอาทิตย์เหมือนกันที่ไม่ได้กดจุดเลย

โอกาส

1) กดจุดแล้วให้กินข้าวเอง แล้วค่อยอาบน้ำ, กดจุดก็ถอดเสื้อผ้าอยู่แล้ว และกดจุดหลังกินข้าว 1 ชม. ไม่ได้ ดังนั้นกดจุดก่อนแล้วค่อยให้กินข้าวเอง แบบไม่ต้องใส่เสื้อผ้าอีก เลอะเทอะยังไง ก็ค่อยอาบน้ำทีเดียว หลังกินข้าว ทำทีเดียวเป็นชุด ไม่ต้องใส่ถอดเสื้อผ้าเข้าๆ ออกๆ อีก 

2) กดจุดวอยต้า ถ้าได้แผ่เมตตา อธิษฐานจิต อธิษฐานวางมือ อวยพร ส่งพลังไปให้ร่วมด้วย ผมเชื่อว่า ได้ประโชน์หลายต่อนะ combo set

สถานะตอนนี้

ผมเพิ่งกลับมากดจุดวอยต้าได้ 3 รอบต่อวัน ได้ไม่กี่วันเอง จังหวะชีวิตใหม่ ตั้งต้นใหม่ ค่อยๆ จากทำวันละรอบ ก็เพิ่มรอบทีละนิด เพิ่มเวลาไปเรื่อยๆ ไม่เน้นทำนาน แต่เน้นทำให้สม่ำเสมอ เพิ่มระยะเวลาไปเรื่อยๆ จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่ไม่ใช่คนที่มีวินัยนัก การปรับจังหวะตนเอง แต่ทำได้ต่อเนื่อง สำคัญกว่า การกดจุดวอยต้านานๆ แต่ทำได้ไม่กี่วัน เสียอีก

----------------------------------

 

คุณพ่อรุ่งชัย-น้องคิน


Q: รู้จักวอยต้าได้อย่างไร?

  • อาการของน้องก่อนมาพบคุณหมอคือ 6 เดือนแล้วคอไม่แข็ง นอนคว่ำได้อย่างเดียวหงายไม่ได้ ชันคอไม่สุด

  • คุณพ่อเปิดเจอใน Facebook ของผู้ปกครองท่านหนึ่ง ที่พาลูกไปบำบัดวอยต้าที่เยอรมันแล้วอาการดีขึ้นมาก จึงเริ่มพาลูกไปที่โรงพยาบาลเด็ก แต่ไม่สะดวก จึงได้เปลี่ยนมารักษาที่โรงพยาบาลสำโรง

  • เริ่มทำวอยต้าตั้งแต่น้องอายุ 10 เดือน ปัจจุบันอายุ 3 ขวบ 10 เดือน ทำวอยต้ามาแล้ว 3 ปี


Q: ปัญหาที่พบ

  • คุณพ่อมองว่าข้อจำกัดที่ทำให้เทคนิควอยต้ายังไม่แพร่หลายคือ ผู้ปกครองไม่มีเวลา และไม่มีความรู้ความเข้าใจด้านกายภาพบำบัด ในหลายๆครั้งจึงมีความไม่กล้ากด กลัวผิดพลาด คุณพ่อเพิ่งมามั่นใจว่าตัวเองกดถูกต้องเมื่อประมาณ 6-7 เดือนที่ผ่านมานี้เอง ระยะเวลา 2 ปีแรก ท้อแท้มาโดยตลอด

  • น้องคินไปเป็น Case study ทำให้ได้เจอกับนักกายภาพบำบัดจาก Vojta Society เยอรมัน และเรียนรู้ว่าผู้ปกครองจะเป็นผู้ที่มีบทบาทในการบำบัดลูกมากกว่านักกายภาพบำบัด คุณพ่อกดวอยต้าให้ลูก 3 ครั้งต่อวัน แรกๆ เมื่อยังไม่ชำนาญ จะใช้เวลาเยอะกว่าปกติ ทำให้เด็กจะไม่ไหว และไม่ได้ผล ช่วง 2 ปีแรก เด็กอาการดีขึ้นแต่ช้า สังเกตการเปลี่ยนแปลงได้น้อยมาก โดยที่เราเองก็ไม่แน่ใจว่าโตขึ้นแล้วดีขึ้นเองหรือเปล่า


อาการของน้องในปัจจุบัน

  • มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก  ปัจจุบันลุกนั่งได้เอง หลังแข็ง สะโพกแข็ง มีอาการดีขึ้นมาก จนนักกายภาพแจ้งว่า อาจจะสามารถเดินได้

  • คุณพ่อมองว่าวอยต้าได้ผลในการบำบัดน้องคิน น้องมีอาการดีขึ้นมาก สัมภาษณ์


ข้อเสนอแนะจากคุณพ่อรุ่งชัยถึงพ่อแม่ของเด็กพิการทางการเคลื่อนไหวท่านอื่นๆ ที่สนใจการบำบัดลูกด้วยศาสตร์วอยต้า

  • พ่อแม่ต้องตั้งใจศึกษาพื้นฐานของร่างกายและวิธีการรักษาอย่างละเอียด

  • คุณพ่อได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ปกครองท่านอื่นซึ่งอาการดีขึ้น ทำให้มีกำลังใจและมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยต้องปรึกษานักกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการบำบัดในท่าที่ถูกต้อง

  • ผู้ปกครองต้องมีความเชื่อว่า วอยต้าสามารถรักษาลูกให้ดีขึ้นได้

  • ในการกดวอยต้าแต่ละครั้ง ผู้ปกครองควรกดอย่างสม่ำเสมอ เวลาเดิม และอย่าใช้เวลานานเกินควร ควรจำกัดอยู่ที่ 15-20 นาที เพราะหากนานกว่านั้นเด็กจะเหนื่อยและรับไม่ไหว หากกดได้ถูกต้อง เด็กจะร้องไห้น้อยลง และเริ่มเข้าใจว่าตัวเองต้องกดวอยต้าทุกวัน

  • คุณพ่อทำวอยต้าวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที


ความคิดเห็นต่อวิธีการบำบัดด้วยวอยต้า

  • โดยส่วนตัวคุณพ่อคิดว่า วอยต้าเป็นวิธีการบำบัดรักษาที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องทำวิธีอื่น

    ----------------------------------